วันที่ 3 ต.ค.69 - กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ชี้แจงแนวทางช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2569 โดยแบ่งสิทธิสำคัญออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย เงินช่วยเหลือเพิ่มเติมตามมติคณะรัฐมนตรี และระบบประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ซึ่งแต่ละส่วนมีหลักเกณฑ์และวงเงินแตกต่างกัน
ส่วนที่ 1 เงินทดรองราชการตามหลักเกณฑ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ผู้ประสบภัยที่เข้าเงื่อนไข สามารถได้รับความช่วยเหลือตามระเบียบเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดและกรุงเทพมหานคร กรณีที่อยู่อาศัยประจำของเจ้าของบ้านได้รับความเสียหาย สามารถช่วยเหลือเป็นค่าวัสดุซ่อมแซมตามความเสียหายจริง ไม่เกิน 88,600 บาทต่อหลัง โดยไม่รวมบ้านเช่า , กรณีมีผู้เสียชีวิต สามารถจ่ายค่าจัดการศพ ไม่เกิน 35,700 บาทต่อราย และหากผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือผู้หารายได้หลัก อาจได้รับเงินสงเคราะห์ครอบครัวเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์อีกไม่เกิน 35,700 บาท นอกจากนี้ยังมีความช่วยเหลือด้านอื่น เช่น เครื่องมือประกอบอาชีพที่เสียหาย เงินดำรงชีพเบื้องต้น กรณีบ้านเสียหายทั้งหลัง และค่าเช่าบ้านสำหรับผู้เช่าที่บ้านได้รับความเสียหายจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้
ส่วนที่ 2 เงินช่วยเหลือเพิ่มเติมตามมติ ครม.
จากความเสียหายของสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดเป็นวงกว้าง รัฐบาลได้อนุมัติมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ครัวเรือนที่เข้าเกณฑ์
กรณีที่อยู่อาศัยประจำได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและทรัพย์สินเสียหาย หรือมีน้ำท่วมขังต่อเนื่องตามเงื่อนไข สามารถได้รับเงินช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 9,000 บาท สำหรับกรณีเสียชีวิตจากอุทกภัยหรือดินโคลนถล่มโดยตรง รัฐบาลกำหนดเงินช่วยเหลือ รายละ 2 ล้านบาท ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งนี้ สิทธิในแต่ละพื้นที่ขึ้นอยู่กับการประกาศเขตภัยพิบัติและเงื่อนไขตามมติ ครม. รวมถึงการตรวจสอบรายชื่อและความเสียหายโดยหน่วยงานในพื้นที่
ส่วนที่ 3 ประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน เริ่มคุ้มครองตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569
รัฐบาลเริ่มใช้ระบบประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ครอบคลุมภัยหลัก ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว , กรณีอุทกภัย ที่อยู่อาศัยจะได้รับค่าสินไหมเบื้องต้นตามเงื่อนไข และสามารถประเมินความเสียหายเพิ่มเติม โดยวงเงินคุ้มครองรวม สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อหลังต่อภัยหนึ่งครั้ง , ด้านชีวิต กรณีเสียชีวิตจากภัยที่อยู่ในความคุ้มครอง จ่ายค่าสินไหม 2 ล้านบาทต่อคน ส่วนกรณีทุพพลภาพถาวร ให้เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

ประชาชนสามารถแจ้งเคลมผ่านช่องทางของระบบ ThaiNATCAT ได้แก่ เว็บไซต์, LINE Official Account, Call Center และจุดรับแจ้งเคลมในพื้นที่ตามที่ประกาศ เมื่อเอกสารและข้อมูลครบถ้วน จะพิจารณาจ่ายค่าสินไหมผ่านระบบพร้อมเพย์ จึงแนะนำให้ประชาชน ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน 13 หลัก เพื่อให้การรับเงินเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ปภ.ย้ำให้ประชาชนระวังมิจฉาชีพที่อาจแอบอ้างเรื่องการลงทะเบียนหรือการเคลมประกัน โดยข้อความจากหน่วยงานรัฐหรือระบบประกันภัยจะไม่ให้ประชาชนกดลิงก์แปลกปลอม ไม่ขอเลขบัญชีธนาคารผ่าน SMS และไม่มีการเรียกให้โอนเงินหรือส่งสลิปเพื่อแลกกับการเร่งจ่ายเงิน
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัย สามารถสอบถามข้อมูลจาก ปภ. ผ่านสายด่วนนิรภัย 1784




