การตื่นระหว่างคืนเป็นครั้งคราวสามารถเกิดขึ้นได้จากความเครียด เสียงรบกวน อุณหภูมิห้อง การดื่มคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ รวมถึงการปัสสาวะกลางคืน แต่หากตื่นแล้วเริ่มกังวลว่า “จะได้นอนอีกไหม” ความพยายามบังคับตัวเองให้หลับอาจยิ่งทำให้สมองตื่นตัว

1. อย่าหยิบมือถือและไม่ต้องรีบดูเวลา

การดูเวลาอาจทำให้เริ่มคำนวณว่าเหลือเวลานอนอีกกี่ชั่วโมงและเกิดความกังวล ส่วนแสงจากหน้าจอและข้อความต่าง ๆ สามารถเพิ่มความตื่นตัวได้

วิธีเตรียมตัว:

  • วางโทรศัพท์ให้ห่างจากเตียงหรือคว่ำหน้าจอไว้
  • ปิดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น
  • หันนาฬิกาออกจากสายตา
  • หากต้องใช้โทรศัพท์เป็นนาฬิกาปลุก ให้ตั้งค่าก่อนนอนและไม่เปิดดูระหว่างคืน

2. หายใจช้า ๆ และคลายกล้ามเนื้อ

แทนการพยายามสั่งตัวเองให้หลับ ให้เปลี่ยนเป้าหมายเป็นการพักร่างกาย หายใจเข้าอย่างนุ่มนวลและผ่อนลมหายใจออกช้ากว่าเดิม โดยไม่ต้องฝืนกลั้นลมหายใจ

อาจใช้วิธีคลายกล้ามเนื้อทีละส่วน เริ่มจากปลายเท้า น่อง ต้นขา หน้าท้อง ไหล่ กราม และใบหน้า เกร็งเบา ๆ แล้วปล่อยให้คลายตัว วิธีนี้ช่วยดึงความสนใจออกจากความคิดวนและลดความตึงของร่างกาย

3. วางความคิดไว้สำหรับตอนเช้า

หากตื่นเพราะนึกถึงงาน ปัญหา หรือสิ่งที่ต้องทำวันรุ่งขึ้น ไม่จำเป็นต้องหาคำตอบทั้งหมดในตอนกลางคืน ให้เตรียมสมุดและปากกาไว้ข้างเตียง แล้วจดเป็นข้อความสั้น ๆ เช่น “เรื่องที่ต้องจัดการพรุ่งนี้”

ควรใช้แสงสลัวและหลีกเลี่ยงการเขียนรายละเอียดจนกลายเป็นการวางแผนงานเต็มรูปแบบ จากนั้นเตือนตัวเองว่าเรื่องนี้ถูกบันทึกไว้แล้ว สามารถกลับมาจัดการได้ในตอนเช้า

4. หากยังไม่หลับ ให้ลุกไปทำกิจกรรมสงบ

หากนอนแล้วรู้สึกตื่นเต็มที่หรือยังไม่หลับหลังผ่านไปประมาณ 20 นาที ไม่จำเป็นต้องจ้องนาฬิกาเพื่อจับเวลา ให้ลุกจากเตียงไปนั่งในบริเวณที่ปลอดภัยและใช้แสงสลัว

กิจกรรมที่เหมาะสม เช่น

  • อ่านหนังสือเล่มที่เนื้อหาไม่ตื่นเต้น
  • ฟังเสียงเบา ๆ โดยไม่ใช้หน้าจอ
  • นั่งหายใจหรือทำสมาธิสั้น ๆ
  • ยืดกล้ามเนื้ออย่างนุ่มนวล

หลีกเลี่ยงการทำงาน ดูข่าว เล่นเกม ออกกำลังกายหนัก หรือเปิดไฟสว่าง เพราะอาจทำให้สมองยิ่งตื่นตัว

5. กลับขึ้นเตียงเมื่อเริ่มง่วง

เมื่อเริ่มหาว หนังตาหนัก หรือมีสมาธิลดลง จึงค่อยกลับขึ้นเตียง หากยังไม่หลับอีก สามารถทำขั้นตอนเดิมซ้ำได้ เป้าหมายคือช่วยให้สมองเชื่อมโยงเตียงกับ “การนอน” มากกว่าการนอนกังวลเป็นเวลานาน

เช้าวันถัดไปควรพยายามตื่นตามเวลาปกติ ไม่ชดเชยด้วยการนอนตื่นสายมากเกินไป เพราะอาจทำให้นาฬิกาชีวิตเลื่อนและหลับยากในคืนต่อมา หากจำเป็นต้องงีบ ควรงีบช่วงต้นวันและไม่นานเกินไป

ปรับพฤติกรรมเพื่อลดการตื่นกลางดึก

  • รักษาเวลาเข้านอนและตื่นให้ใกล้เคียงกันทุกวัน
  • ทำห้องนอนให้มืด เงียบ และมีอุณหภูมิสบาย
  • ลดคาเฟอีนช่วงบ่ายและเย็น
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ก่อนนอน เพราะอาจทำให้หลับง่ายในช่วงแรกแต่ตื่นกลางดึกได้
  • ลดการดื่มน้ำปริมาณมากใกล้เวลาเข้านอน
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักใกล้เวลานอน
  • ไม่ซื้อยานอนหลับหรืออาหารเสริมมาใช้ต่อเนื่องเองโดยไม่ปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์

เมื่อไรควรปรึกษาแพทย์?

ควรปรึกษาแพทย์หากตื่นกลางดึกบ่อยต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ส่งผลให้ง่วงมาก อ่อนเพลีย หงุดหงิด สมาธิลดลง หรือกระทบการทำงานและการใช้ชีวิต รวมถึงผู้ที่มีอาการกรนดัง หยุดหายใจหรือสะดุ้งหอบขณะหลับ ขากระตุก ปวดเรื้อรัง ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ หรือมีความวิตกกังวลและอารมณ์เศร้าร่วมด้วย

ข้อมูลอ้างอิง: Mayo Clinic – Insomnia: How do I stay asleep?, NHS – Fall asleep faster and sleep better, NHLBI – Insomnia treatment