สรวงศ์ เทียนทอง ประกาศความพร้อมเสนอตัวให้พรรคเพื่อไทยพิจารณาส่งลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สระแก้ว เขต 3 แทน นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ ส.ส.พรรคกล้าธรรม ที่ถึงแก่อนิจกรรม ยอมรับมีเวลาเตรียมตัวหาเสียงค่อนข้างน้อยประมาณ 20 กว่าวัน แต่มั่นใจเนื่องจากลงพื้นที่ดูแลประชาชนมาโดยตลอด พร้อมถอดบทเรียนการพ่ายแพ้ครั้งก่อนที่ถูกนำประเด็นชายแดนและโครงการโคบูรพามาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ที่ห้องประชุมใหญ่พรรคเพื่อไทย นายสรวงศ์ เทียนทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อไทย ครั้งที่ 1/2569 ถึงกรณีการจัดเลือกตั้งซ่อม ส.ส.จังหวัดสระแก้ว เขต 3 แทนตำแหน่งที่ว่างลงหลัง นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ ส.ส.พรรคกล้าธรรม ถึงแก่อนิจกรรม โดยนายสรวงศ์ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ตนเองลงดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่ง ส.ส. หรือไม่ก็ตาม แม้พรรคเพื่อไทยจะไม่ทันคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นทำให้มีเวลาเตรียมตัวค่อนข้างน้อย แต่ตนเองมีความพร้อมที่จะเสนอตัวให้พรรคพิจารณาส่งลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงคู่แข่งและการวางยุทธศาสตร์ทวงคืนเก้าอี้ ส.ส. นายสรวงศ์กล่าวว่า แม้จะยังไม่ทราบแน่ชัดว่าพรรคการเมืองใดจะส่งผู้สมัครบ้าง แต่ถือเป็นสิทธิ์ของทุกพรรค ซึ่งการแข่งขันย่อมเกิดขึ้นแน่นอน โดยยุทธศาสตร์ของตนไม่มีอะไรแปลกใหม่ เนื่องจากทำงานในพื้นที่มาอย่างสม่ำเสมอ มีเพียงช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเท่านั้นที่อาจห่างหายไปบ้าง แต่นอกเหนือจากนั้นก็ลงพื้นที่พบปะประชาชนเป็นปกติ
สำหรับปัจจัยการพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งที่ผ่านมา นายสรวงศ์เปิดเผยว่า เกิดจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะปัญหาชายแดน และประเด็นเรื่องโครงการ "โคบูรพา" ที่ถูกฝ่ายตรงข้ามนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองดิสเครดิต อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณารายละเอียดคะแนน พบว่าตนยังคงได้รับความไว้วางใจจากประชาชนกว่า 32,000 คะแนน โดยพ่ายแพ้ไปประมาณ 6,000-7,000 คะแนน ทำให้ทราบถึงจุดอ่อนที่ต้องนำมาปรับปรุงแก้ไขสำหรับการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้
นายสรวงศ์ กล่าวทิ้งทายว่า แม้ระยะเวลาในการหาเสียงครั้งนี้จะมีเพียง 20 กว่าวัน แต่จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ส่วนการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนประสบภัยน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา ยืนยันว่าเป็นการทำงานตามปกติที่ทำมาตั้งแต่ช่วงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเมื่อปี 2556 ไม่ใช่เพิ่งมาทำเพราะหวังผลทางการเมือง และเชื่อว่าประชาชนในพื้นที่รับทราบถึงความตั้งใจและการทำงานของตนเองมาโดยตลอด




