"อนุทิน" สั่งด่วนให้กระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครอง สังคายนามูลนิธิและองค์กรสาธารณกุศลทั่วประเทศ เผยรู้สึกตกใจและเสียใจที่มีคนใช้การทำดีบังหน้าเพื่อหาประโยชน์ส่วนตัว ยืนยันคดีหมายจับ "บุ๋ม ปนัดดา" ตำรวจทำตามพยานหลักฐานเส้นทางการเงิน ไม่มีเรื่องการเมืองแทรกแซง ลั่นใครเอาเงินบริจาคไปหมุนใช้ส่วนตัวต้องรับผลทั้งกฎแห่งกรรมและกรรมตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการจัดระเบียบมูลนิธิทั่วประเทศว่า ตนรู้สึกตกใจและเสียใจที่เห็นกรณีบุคคลที่แต่งตั้งตนเองเป็นผู้ทำประโยชน์ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก แต่กลับใช้โอกาสนี้หาประโยชน์ใส่ตนเอง จึงได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย และกรมการปกครอง เข้าไปตรวจสอบและสังคายนามูลนิธิทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด หากพบว่ามูลนิธิใดจัดตั้งขึ้นมาบังหน้าเพื่อเรี่ยไรเงินบริจาคจากประชาชนไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว จะต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ต่อประเด็นการออกหมายจับ นางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ "บุ๋ม ปนัดดา" ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี นายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้สอบถามไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ซึ่งได้รับการยืนยันว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งเรื่องพฤติกรรมและเส้นทางการเงินจนมั่นใจว่ามีการกระทำที่ไม่สุจริตและเข้าเงื่อนไขโทษรุนแรง จึงเป็นเหตุให้ศาลอนุมัติออกหมายจับตามขั้นตอน
ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความแชทอ้างว่าคดีนี้เป็นเรื่องทางการเมือง นายอนุทิน ยืนยันหนักแน่นว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น รัฐบาลพร้อมอำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย ทั้งผู้ถูกกล่าวหาที่จะได้ใช้สิทธิชี้แจง และประชาชนผู้บริจาคเงินซึ่งเป็นผู้เสียหาย โดยเน้นย้ำว่านโยบายของรัฐบาลชุดนี้ใช้ระบบ "ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม" เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถปฏิบัติงานได้อย่างสะดวกใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเมือง
นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งทายเตือนสติผู้ทำองค์กรการกุศลว่า การเป็นมูลนิธิถือเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจนเพื่อสาธารณประโยชน์ จะนำเงินบริจาคไปหมุนใช้ส่วนตัวชั่วคราวแล้วนำมาคืนทีหลังก็ถือว่าผิดกฎหมาย "ใครที่มาเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ควรปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้อง ถ้าเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมแบบไทยๆ ใครที่เอาเงินทำบุญ เงินบริจาค ไปใช้ไม่ถูกวัตถุประสงค์ ก็จะต้องมีอันเป็นไป ทั้งกรรมจากกฎแห่งกรรม และกรรมที่เกิดจากการทำผิดกฎหมาย"




