นายกรัฐมนตรี  เปิดทำเนียบ ต้อนรับคณะผู้แทนสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน (USABC) พร้อมผู้บริหารระดับสูงจาก 33 บริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ ชูนโยบาย Thailand FastPass ลดระยะเวลาอนุมัติการลงทุนลง 50% พร้อมผลักดันไทยสู่ฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ AI และพลังงานสะอาด หวังนำประเทศติด 1 ใน 20 ของโลกที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงสุดภายในปี 2030

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับคณะนักธุรกิจจากสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน (U.S.-ASEAN Business Council: USABC) นำโดย นายไบรอัน แม็คฟีเตอร์ส ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร USABC พร้อมด้วย นายฌอน โคทาโร โอนีล เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย และผู้แทนบริษัทเอกชนชั้นนำของสหรัฐฯ จำนวน 33 บริษัท ครอบคลุม 7 กลุ่มสาขาธุรกิจ ได้แก่ ยานยนต์, สินค้าอุปโภคบริโภค, คมนาคม-โลจิสติกส์และพลังงาน, เศรษฐกิจดิจิทัล, อุตสาหกรรมการผลิต-เกษตรอาหาร, การท่องเที่ยว-บริการทางการเงิน และสาธารณสุข-วิทยาศาสตร์ชีวภาพ

นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความยินดีและเน้นย้ำว่า ภาคเอกชนสหรัฐฯ เป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญและยั่งยืนของไทยมาอย่างยาวนาน โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็น 1 ใน 20 ประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุดของโลกภายในปี 2030 และก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2037 ผ่านการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการลงทุนด้วยโครงการ Thailand FastPass ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการพิจารณาอนุมัติโครงการลงทุนที่เข้าเกณฑ์ลงสูงสุดถึงร้อยละ 50 ควบคู่ไปกับโครงการ Thailand Skill Bridge เพื่อพัฒนาทักษะแรงงานรองรับอุตสาหกรรมไฮเทค ตลอดจนการเปิดกลไกซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) เพื่อขยายการเข้าถึงพลังงานสะอาด และการยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นสมาชิก OECD

ในด้านการค้าและการลงทุน รัฐบาลไทยยินดีส่งเสริมการลงทุนจากสหรัฐฯ ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น เซมิคอนดักเตอร์, อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง, AI, เศรษฐกิจดิจิทัล ตลอดจนเทคโนโลยีชีวภาพและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ พร้อมทั้งยินดีต่อความก้าวหน้าในการหารือร่วมกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) และคาดหวังที่จะผลักดันความตกลงว่าด้วยการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade: ART) ร่วมกัน โดยได้มอบหมายให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง, BOI และ USABC ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อแปลงข้อหารือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ด้าน นายฌอน โคทาโร โอนีล เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย และ นายไบรอัน แม็คฟีเตอร์ส ประธาน USABC ได้เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกว่า 200 ปี โดยชี้ว่าผู้ประกอบการสหรัฐฯ เห็นโอกาสเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยจากทิศทางนโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาล ซึ่งทำให้หลายบริษัทมีแผนที่จะขยายการลงทุนในไทยเพิ่มเติม ขณะที่ผู้แทนจากทั้ง 7 กลุ่มธุรกิจได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะ ทั้งการสนับสนุนให้ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ระดับโลก, การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและดาวเทียม, การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานอาหาร, การดันไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) และการพัฒนาระบบการชำระเงินดิจิทัลเพื่อหนุนการท่องเที่ยวคุณค่าสูงต่อไป

Article Image

Article Image

Article Image

Article Image

Article Image

Article Image

Article Image

Article ImageArticle Image