ประชุมสภาฯเดือด สส.พรรคประชาชน ถามถึงแนวปฏิบัติบรรจุวาระการประชุมกรรมาธิการและการนัดหมายวาระสภาใหญ่ ด้าน "มัลลิกา " รองประธานสภาฯ คนที่ 1 แจง เป็นอำนาจประธานสภาในการบรรจุวาระ  

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรช่วงบ่าย นายเอกราช อุดมอำนวย สสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชน ได้ขอหารือต่อที่ประชุมสภาฯ เกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติในการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญ โดยระบุว่า การบรรจุวาระและการประชุมต่างๆ ของกรรมาธิการต้องยึดมติที่ประชุมเป็นหลัก จึงต้องการสอบถามว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันพุธและวันพฤหัสบดี ก่อนที่จะเข้าสู่สัปดาห์ถัดไป จำเป็นต้องมีการหารือเพื่อกำหนดระเบียบวาระการประชุมล่วงหน้าเช่นเดียวกับกรรมาธิการหรือไม่

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้ชี้แจงว่า การประชุมสภาใหญ่และห้องประชุมกรรมาธิการมีความแตกต่างกัน แม้จะมีโครงสร้างคล้ายกัน โดยอำนาจของประธานกรรมาธิการเป็นไปตามที่คณะกรรมาธิการกำหนด ส่วนอำนาจของประธานสภาผู้แทนราษฎรมีระเบียบข้อบังคับรองรับไว้อย่างชัดเจน ดังนั้น ข้อเสนอแนะที่จะให้ขอมติสภาเพื่อนำญัตติใดมาพิจารณาในแต่ละสัปดาห์จึงไม่สามารถทำได้ตามระเบียบปฏิบัติ เนื่องจากประธานสภามีอำนาจในการบรรจุวาระตามลำดับญัตติที่ยื่นเข้ามา

ขณะที่ นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.พรรคภูมิใจไทย ได้หารือเสริมว่า ข้อบังคับการประชุมกรรมาธิการให้นำข้อบังคับสภามาใช้บังคับโดยอนุโลมเฉพาะข้อที่เกี่ยวข้องเท่านั้น โดยระบุชัดว่าเมื่อกรรมาธิการจะทำกิจการหรือเสาะหาข้อเท็จจริงเรื่องใด ต้องแจ้งให้ประธานสภาทราบเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน ซึ่งเป็นสิ่งชี้ชัดว่าอำนาจของประธานสภากับประธานกรรมาธิการมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อำนาจบรรจุวาระของประธานสภาเป็นไปตามข้อบังคับสภาโดยตรง และไม่ได้อนุโลมให้ประธานกรรมาธิการนำไปใช้อ้างอิง

ด้าน นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.พรรคประชาชน ได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า หนังสือเวียนที่ส่งถึงกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ อาจสร้างความสับสนในแนวทางปฏิบัติ พร้อมยกตัวอย่างกรณีการประชุมกรรมาธิการบางคณะที่มีวาระพิจารณาตรงกับการประชุมสภาชุดใหญ่ ทำให้มีกรรมาธิการเข้าร่วมครบองค์ประชุมขั้นต่ำ 8 คนพอดี หากมีสมาชิกเดินออกจากห้องเพียงคนเดียว การประชุมและการลงมติบรรจุวาระก็อาจไม่สามารถดำเนินต่อได้ จึงอยากทราบแนวทางแก้ปัญหาการนัดประชุมในครั้งต่อๆ ไป

นางสาวมัลลิกา ได้กล่าวสรุปในประเด็นนี้ว่า ที่ผ่านมาการนัดหมายวาระการประชุมกรรมาธิการจะใช้การหารือนอกรอบร่วมกันว่าเรื่องใดเป็นประเด็นสำคัญของสังคมที่ต้องนำมาพิจารณา ซึ่งไม่เคยมีปัญหาหรือต้องลงมติ แต่หากกรรมาธิการคณะใดมีปัญหา สภาฯ จะลงไปช่วยดูแล โดยสาระสำคัญของระเบียบคือการป้องกันทำงานซ้ำซ้อนกันระหว่างคณะ ซึ่งฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบการประชุมของทุกกรรมาธิการในแต่ละสัปดาห์อยู่แล้ว จากนั้นที่ประชุมสภาฯ จึงได้เข้าสู่วาระการรับทราบรายงานการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ประจำปีงบประมาณ 2567 และ 2568 ต่อไป

 

Article Image