วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 11.00 น. น.ส.ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ หรือ “หมอของขวัญ” นักธุรกิจและเจ้าของคลินิกเสริมความงาม เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมหลักฐานการโอนเงินบริจาค เพื่อร้องทุกข์ให้ตรวจสอบการบริหารจัดการเงินและสิ่งของบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมี น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” เป็นประธานมูลนิธิ โดยขณะนี้มูลนิธิมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ประธานเป็นการชั่วคราวระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง 

หมอของขวัญเปิดเผยว่า เดิมไม่ได้ตั้งใจเดินทางมาแจ้งความ แต่หลังพูดคุยกับนายภูดิษ กำเนิดพลอย หรือ “หนุ่ม กรรชัย” รวมถึงบุคคลใกล้ชิดที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องดังกล่าว จึงตัดสินใจออกมาให้ข้อมูลกับตำรวจ และเป็นกระบอกเสียงแทนผู้ที่ยังไม่พร้อมเปิดเผยตัว  เจ้าตัวระบุว่า หลายคนที่เคยร่วมงานและให้ความไว้วางใจกับบุ๋ม ปนัดดา รู้สึกผิดหวังกับข้อสงสัยที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะผู้บริจาคเงินด้วยความตั้งใจช่วยเหลือผู้เดือดร้อน รวมถึงผู้ที่ช่วยประชาสัมพันธ์บัญชีรับบริจาค เจ้าหน้าที่ประสานงาน และอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัย

หมอของขวัญกล่าวว่า คลินิกของตนเคยส่งเวชภัณฑ์จำนวนมากร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม แต่ภายหลังพบภาพสิ่งของบริจาคที่ถูกนำไปกองไว้ ทั้งอาหารคน อาหารสัตว์ น้ำดื่ม ยา และผ้าอ้อมสำเร็จรูป จึงเกิดข้อสงสัยว่าสิ่งของเหล่านั้นถูกนำไปใช้ช่วยเหลือประชาชนตามเจตนาของผู้บริจาคหรือไม่

หมอของขวัญเรียกร้องให้ตรวจสอบระบบรับบริจาค การจัดเก็บ การกระจายสิ่งของ และหลักฐานการส่งมอบถึงผู้ประสบภัย เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงว่ามีการบริหารจัดการอย่างไร และเกิดความเสียหายหรือไม่  อีกประเด็นที่หมอของขวัญเรียกร้องให้ตรวจสอบ คือเงินสดจำนวน 7 ล้านบาท ซึ่งมีการชี้แจงว่าเป็นเงินขวัญถุงของบุตร โดยหมอของขวัญระบุว่า การเก็บเงินสดภายในบ้านไม่ใช่เรื่องผิดปกติสำหรับบุคคลทั่วไป แต่เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารเงินบริจาคของมูลนิธิ จึงควรตรวจสอบและชี้แจงที่มาของเงินให้ชัดเจน

ก่อนหน้านี้ หมอของขวัญเคยตั้งคำถามผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเงินสดในตู้เซฟและบัญชีรับบริจาค โดยเห็นว่าควรมีหลักฐานแสดงที่มาของเงินและเส้นทางการรับจ่ายที่ตรวจสอบได้  อย่างไรก็ตาม การถือครองเงินสดจำนวนมากเพียงอย่างเดียวไม่ใช่หลักฐานยืนยันการกระทำผิด และยังไม่มีข้อสรุปว่าเงินสดดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเงินบริจาคของมูลนิธิหรือไม่
 
หมอของขวัญกล่าวถึงกระแสวิจารณ์เรื่องการซ้ำเติมผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาว่า สังคมควรแยกความเห็นอกเห็นใจออกจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยย้ำว่าผู้บริจาคซึ่งมอบเงินหรือสิ่งของด้วยความไว้วางใจก็ควรได้รับความเป็นธรรมเช่นกัน พร้อมยกตัวอย่างประชาชนที่ยอมแบ่งเงินจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมาช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพราะเชื่อว่าเงินบริจาคจะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ จึงเห็นว่าผู้รับผิดชอบต้องสามารถชี้แจงและแสดงหลักฐานการใช้จ่ายได้
 
สำหรับความคืบหน้าคดีมูลนิธิองค์กรทำดี ตำรวจ ปอศ. รับเรื่องร้องเรียนและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องหลายรายแล้ว โดยอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินและการใช้จ่ายเงินบริจาค เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงและความผิดที่อาจเกี่ยวข้อง  ขณะที่มูลนิธิองค์กรทำดีมีมติให้บุ๋ม ปนัดดา หยุดปฏิบัติหน้าที่ประธานเป็นการชั่วคราว พร้อมระงับรับเงินบริจาคทุกช่องทางจนกว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะได้ข้อยุติ 
  Article Image