"ออยศรี" ลุยต่อ! ยื่น กมธ.ปปง. สภาฯ เร่งตรวจสอบเส้นทางเงิน "มูลนิธิองค์กรทำดี" ยันความผิดอาญาแผ่นดิน ยอมความไม่ได้ ไม่มีถอนฟ้อง! ด้าน ประธาน กมธ. รับเรื่องเข้าคณะกลั่นกรอง เล็งเรียกผู้เกี่ยวข้องชี้แจงทุกมิติ ทนายย้ำ โอนเงินแปลกพิศดาร สลับใช้บัญชีส่วนตัวรับเงินบริจาค
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ที่รัฐสภา นางสาวบุญยนุช แสงศรี หรือ "ออยศรี" เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก "ออยศรีและผองเผือก" พร้อมด้วย ธนาคาร น้อยพิทักษ์ หรือ ทนายวิน ได้เดินทางเข้ายื่นเอกสารและหลักฐานต่อ นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้เร่งรัดตรวจสอบการบริหารจัดการ ตลอดจนเส้นทางการเงินของ "มูลนิธิองค์กรทำดี" เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อสังคม โดย ออยศรี ระบุว่า ต้องการให้เรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ประชาชนทั่วประเทศร่วมกันตรวจสอบ เพื่อป้องกันไม่ให้มีมูลนิธิหรือองค์กรใดแฝงตัวเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากเงินบริจาคของประชาชน
ด้าน นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ประธาน กมธ.ปปง. กล่าวภายหลังรับยื่นหนังสือว่า จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่คณะทำงานกลั่นกรอง เพื่อพิจารณาว่าประเด็นร้องเรียนดังกล่าวตรงกับความผิดมูลฐานและขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ กมธ. หรือไม่ หากพบว่ามีความเกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มข้นทันที โดยที่ผ่านมา กมธ. ได้มีการตรวจสอบมูลนิธิและสมาคมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมูลนิธิต้องจดทะเบียนและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง หากคณะทำงานมีมติรับเรื่อง ก็จะมีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้ามาให้ข้อมูลและชี้แจงเพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
ขณะที่ ทนายวิน ทนายความของออยศรี เปิดเผยว่า ฝ่ายผู้ร้องพร้อมนำส่งหลักฐานเพิ่มเติมอย่างเต็มที่ เพราะคดีนี้ถือเป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ไม่สามารถยอมความได้ และจะไม่มีการถอนฟ้องอย่างแน่นอน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยเห็นว่าการตรวจสอบต้องทำอย่างครอบคลุมทุกมิติ ทั้งประเด็นการโอนเงินส่วนตัวให้สามี การนำเงินไปซื้อประกันชีวิตให้บิดา รวมถึงการซื้อทรัพย์สินนำไปใช้ส่วนตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องถูกจัดการขั้นเด็ดขาด
นางสาวบุญยนุช กล่าวทิ้งท้ายว่า จุดเริ่มต้นของตนเริ่มจากสลิปเงินบริจาค 1,000 บาท จนกระทั่งได้พบกับบุคคลที่ชื่อ "ช่างเอ๋" ซึ่งเป็นผู้รับโอนเงิน หลังจากนั้นข้อมูลความผิดปกติก็ไหลเข้ามาเรื่อยๆ จึงต้องใช้ช่องทางตามกฎหมาย โดยพบข้อสงสัยสำคัญว่า นางสาวปนัดดา วงษ์ผู้ดี (บุ๋ม) มีการใช้บัญชีส่วนตัวสลับรับเงินโดยทำให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นบัญชีของมูลนิธิ จึงนำมาสู่การร้องเรียนให้ตรวจสอบว่ามีการนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่






