นักวิเคราะห์เตือน 'เอลนีโญ' รุนแรงผิดปกติ ดันอุณหภูมิโลกพุ่ง หวั่นคลื่นความร้อนคร่าชีวิตผู้คนกว่า 4.5 แสนคน ทีมวิจัย ม.ชิคาโก้ ชี้ประเทศซีกโลกใต้และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเสี่ยงรับศึกหนัก พร้อมแนะรัฐบาลทั่วโลกเร่งรับมือก่อนสูญเสีย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทีมวิจัยด้านผลกระทบสภาพอากาศ Climate Impact Lab จากมหาวิทยาลัยชิคาโก้ (University of Chicago) รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่รายงานผลการวิเคราะห์เบื้องต้นเกี่ยวกับวิกฤตสภาพอากาศ โดยระบุว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังทวีความรุนแรงอย่างผิดปกติในขณะนี้ อาจส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยบนพื้นดินทั่วโลกในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้าสูงกว่าค่าปกติราว 1.2 องศาเซลเซียส

การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิดังกล่าว จะส่งผลให้จำนวนวันที่มีอากาศร้อนจัด (Extreme Heat) เพิ่มขึ้นถึง 44% เมื่อเทียบกับปีปกติ จากโมเดลแบบจำลองประเมินว่า ความร้อนที่รุนแรงนี้อาจเป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกสูงถึง 451,000 คน ในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายนปีนี้ จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า โดยกลุ่มประเทศในซีกโลกใต้ (Global South) และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา คาดว่าจะกลายเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุด

แม้ว่ารายงานฉบับนี้จะยังอยู่ในขั้นตอนรอการตรวจสอบและประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) แต่คณะนักวิจัยตัดสินใจเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นสู่สาธารณะโดยเร่งด่วน เนื่องจากแบบจำลองแสดงให้เห็นว่าสภาพอากาศกำลังแปรปรวนอย่างรวดเร็ว การเปิดเผยข้อมูลก่อนจึงมีความสำคัญเพื่อเปิดโอกาสให้รัฐบาลและองค์กรสาธารณสุขในประเทศต่างๆ มีเวลาเตรียมความพร้อมและออกมาตรการป้องกันเพื่อลดอัตราการสูญเสีย

สำหรับมาตรการรับมือที่ทีมวิจัยแนะนำให้เร่งดำเนินการ ได้แก่ การจัดทำระบบเตือนภัยคลื่นความร้อนล่วงหน้า, การวางแผนรับมือด้านสาธารณสุขเชิงรุก, การตั้งศูนย์คลายร้อนและจุดบริการน้ำดื่มในพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งการขยายขีดความสามารถในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยงและประชาชนได้อย่างทันท่วงที