วันที่ 21 ก.ย.69 - นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยความคืบหน้าการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ว่า ขณะนี้การหารือในระดับหลักการมีความเข้าใจตรงกันแล้ว เหลือเพียงรายละเอียดด้านเทคนิคบางประเด็นที่ทีมเจรจาทั้งสองฝ่ายต้องหารือให้ได้ข้อสรุป

นางศุภจีระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้หารือกับ ริก สวิตเซอร์ (Rick Switzer) รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และหารือต่อเนื่องหลังการพบกันที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. รวมถึงมีการสรุปกรอบหลักการกับ เจมีสัน กรีเออร์ (Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ โดยทั้งสองฝ่ายยังต้องพิจารณารายละเอียดอย่างรอบคอบ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขทางการค้าและผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ สำหรับภารกิจในระยะต่อไป นางศุภจีจะเดินทางร่วมกับนายกรัฐมนตรีในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือ UNGA ที่สหรัฐฯ และมีแผนหารือกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ อีกครั้ง เพื่อเร่งสรุปผลการเจรจา

นางศุภจีกล่าวว่า ไทยต้องพยายามสรุปการเจรจาให้ได้ก่อนที่สหรัฐฯ จะประกาศผลการพิจารณาตามมาตรการ 301 ซึ่งเกี่ยวข้องกับประเด็นการค้า รวมถึงการผลิตส่วนเกินและแรงงานบังคับ เพื่อให้ไทยสามารถรักษากรอบภาษีตามที่เคยเจรจากันไว้ และไม่เสียเปรียบประเทศคู่แข่งในภูมิภาค ปัจจุบันประเด็นสำคัญที่ไทยต้องหารือกับสหรัฐฯ คือเรื่อง แรงงานบังคับและดัชนีการผลิตส่วนเกิน โดยไทยต้องการให้ระดับภาษีอยู่ในกรอบที่สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้

นางศุภจียังกล่าวถึงกรอบภาษีเดิมว่า ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เคยประกาศอัตราภาษีสำหรับไทยที่ 36% ก่อนการเจรจาจะลดลงมาอยู่ที่ 19% อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดด้านมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีบางส่วนที่ต้องหารือต่อ  ส่วนประเด็นแรงงานบังคับ ไทยอยู่ในกรอบที่สหรัฐฯ พิจารณาไว้ที่ 12.5% ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศอยู่ที่ประมาณ 10% จึงเป็นอีกประเด็นที่ไทยต้องเร่งเจรจา เพื่อไม่ให้ความสามารถในการแข่งขันของไทยเสียเปรียบประเทศในภูมิภาค

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า โดยส่วนตัวไม่ได้กังวลกับการเจรจา เพราะในระดับหลักการมีความเข้าใจตรงกันแล้ว เหลือเพียงการตกลงรายละเอียดทางเทคนิคของทีมงาน  อย่างไรก็ตาม ไทยอาจขอให้นายกรัฐมนตรีช่วยหารือกับผู้นำสหรัฐฯ ในระดับผู้นำประเทศเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนการเจรจาและรักษาผลประโยชน์ทางการค้าของไทย เป้าหมายสำคัญของไทยในขณะนี้ คือเร่งสรุปการเจรจาให้ทันก่อนสหรัฐฯ ประกาศมาตรการ 301 และพยายามรักษาอัตราภาษีให้อยู่ในกรอบเดิม รวมถึงไม่สูงกว่าประเทศคู่แข่งในภูมิภาค