นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแนวทางรับมือสถานการณ์เศรษฐกิจ หลังสหรัฐฯ มีมาตรการด้านภาษีและทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก โดยระบุว่า กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ดูแลในส่วนของสินค้าและการค้าระหว่างประเทศ ขณะที่เรื่องอัตราดอกเบี้ยอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการคลัง
สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังสิ้นสุดโครงการ “ไทยช่วยไทย” นางศุภจี กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างหารือรายละเอียด โดยจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีก่อน จากนั้นจึงจะสามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
โดยมาตรการดังกล่าวจะเป็นลักษณะ แพ็กเกจที่บูรณาการหลายกระทรวงร่วมกันดำเนินการ เพื่อให้ครอบคลุมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี
นางศุภจี ระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงแนวทางการขยายโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ออกไปอีก 2 เดือน ซึ่งจะต้องพิจารณารายละเอียดให้สอดคล้องกับภารกิจของแต่ละกระทรวง
เตรียมข้อมูลเจรจาสหรัฐฯ ก่อนระดับผู้นำหารือ
ส่วนความคืบหน้าการเจรจากับสหรัฐฯ และกรณีที่นายกรัฐมนตรีอาจหารือโดยตรงกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ นางศุภจี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการหารือในระดับดังกล่าว เนื่องจากยังมีรายละเอียดบางส่วนที่ต้องจัดเตรียมเพิ่มเติม
โดยในช่วงต่อไปจะเดินทางเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEM ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งอาจเป็นเวทีสำหรับหารือประเด็นเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง
นางศุภจี กล่าวว่า ก่อนการหารือระดับผู้นำ จำเป็นต้องจัดทำรายละเอียดบางส่วนเป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจน โดยมองว่าประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผู้นำของทั้งสองประเทศต้องหารือกัน ขณะที่ฝ่ายไทยมีหน้าที่เตรียมข้อมูลและรายละเอียดให้พร้อม
ไทยเตรียมข้อมูลประเด็นภาษีพิเศษ
สำหรับกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไทยคาดหวังเรื่องอัตราภาษีพิเศษ หลังดำเนินการตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วมไทย–กัมพูชา ทั้งประเด็นการถอนกำลังทหาร การเก็บกู้ทุ่นระเบิด และการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์
นางศุภจี ระบุว่า เรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นที่นายกรัฐมนตรีจะต้องหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและจัดเตรียมรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อประกอบการหารือ




