นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามภารกิจสำคัญด้านการบริหารราชการ การบริหารจัดการน้ำ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โดยเน้นการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ครบทุกมิติ ทั้งความปลอดภัย คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจชุมชน และการท่องเที่ยว

ช่วงเช้า มท.3 เข้าร่วมประชุมขับเคลื่อนนโยบายและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ผ่านระบบ Video Conference ณ ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี ก่อนเป็นประธานเปิดโครงการอบรมสัมมนาเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรองค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคกลาง ประจำปี 2569 ที่โรงแรมเคพีแกรนด์ จันทบุรี

นายเจเศรษฐ์ กล่าวถึงศักยภาพของจังหวัดจันทบุรี โดยเฉพาะด้านผลไม้และทุเรียน ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญของจังหวัด พร้อมระบุว่าต้องรักษาคุณภาพและต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่

จากนั้นเดินทางไปยัง ฝายน้ำล้นบริเวณวัดปึก หมู่ 7 บ้านปึก ตำบลวังแซ้ม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์ดินสไลด์ ตลิ่งถูกกัดเซาะ และฝายน้ำล้นชำรุด ซึ่งเป็นพื้นที่เฝ้าระวังในช่วงฝนตกหนัก

ก่อนหน้านี้ จังหวัดจันทบุรีได้ระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยใช้เครื่องจักรและกำลังเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงาน ประกอบด้วย รถแม็คโคร 3 คัน รถบรรทุก 5 คัน และเจ้าหน้าที่ประมาณ 50 คน พร้อมนำหิน เสาไฟฟ้า และบิ๊กแบ็กมาใช้เสริมความแข็งแรงของพื้นที่ เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมและลดผลกระทบจากน้ำไหลหลาก

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การพัฒนาพื้นที่ต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งด้านความปลอดภัย การบริหารจัดการน้ำ การดูแลประชาชน และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรีที่มีต้นทุนทั้งด้านธรรมชาติ ทะเล สวนผลไม้ และแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ

ภายหลังติดตามสถานการณ์ด้านน้ำ มท.3 เดินทางต่อไปยัง โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศชายฝั่งทะเล บ้านหัวแหลม (Skywalk จุดชมวิวเนินนางพญา) ตำบลสนามไชย อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี

โดยมุ่งพัฒนาพื้นที่ให้เป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของชุมชน ที่สามารถเชื่อมโยงกับร้านค้า อาหารพื้นถิ่น สินค้าชุมชน วิถีประมง และเส้นทางท่องเที่ยวอื่น ๆ ของจังหวัด

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในปัจจุบันไม่ควรเน้นเพียงการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ ทั้งการสร้างรายได้ การรักษาสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และความสามารถในการดูแลพื้นที่ในระยะยาว

พร้อมย้ำว่า จันทบุรีมีต้นทุนที่โดดเด่นทั้งทะเล ภูเขา สวนผลไม้ ป่าชายเลน ชุมชนริมน้ำ วัฒนธรรม และอัญมณี สิ่งสำคัญคือการนำต้นทุนเหล่านี้มาต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนแนวทางการทำงานที่มุ่ง “แก้ปัญหาในวันนี้ พร้อมวางรากฐานสำหรับอนาคต” ตั้งแต่การดูแลความปลอดภัยของประชาชน การบริหารจัดการน้ำ ไปจนถึงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

Article Image