แผลร้อนในทั่วไปไม่ใช่โรคติดต่อ และไม่ใช่โรคเดียวกับเริมที่มักเป็นกลุ่มตุ่มน้ำบริเวณริมฝีปากด้านนอก สถาบัน NIDCR สหรัฐฯ
พักผ่อนน้อยทำให้ร้อนในจริงไหม?
การพักผ่อนน้อยยังไม่ถือเป็นสาเหตุโดยตรงเพียงอย่างเดียวของแผลร้อนใน แต่ช่วงที่นอนน้อย เครียด อ่านหนังสือหนัก หรือร่างกายอ่อนล้า อาจเป็นช่วงที่แผลเกิดขึ้นได้ง่ายในบางคน
สาเหตุของแผลร้อนในยังไม่ทราบแน่ชัด และแต่ละคนอาจมีตัวกระตุ้นแตกต่างกัน เช่น
ความเครียดและความอ่อนล้า
กัดลิ้นหรือกระพุ้งแก้มโดยไม่ตั้งใจ
แปรงฟันแรงหรือใช้แปรงแข็ง
ฟันคม เหล็กจัดฟัน หรืออุปกรณ์ในช่องปากเสียดสี
อาหารร้อนจัด เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด หรือแข็งกรอบ
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
ยาบางชนิด
การขาดธาตุเหล็ก วิตามินบี 12 หรือโฟเลต
โรคของระบบทางเดินอาหารหรือภูมิคุ้มกันบางชนิด
ดังนั้น หากนอนให้เพียงพอแล้วแผลยังขึ้นซ้ำ ไม่ควรรีบสรุปว่าเกิดจากการพักผ่อนเพียงอย่างเดียว
5 วิธีดูแลแผลร้อนในอย่างเหมาะสม
1. หลีกเลี่ยงอาหารที่ระคายแผลชั่วคราว
ระหว่างที่แผลยังเจ็บ ควรเลือกอาหารเนื้อนุ่ม อุณหภูมิไม่ร้อนจัด และเคี้ยวง่าย เพื่อไม่ให้แผลถูกเสียดสีหรือระคายเคืองซ้ำ
อาหารที่ควรพักก่อน ได้แก่
อาหารเผ็ดจัดหรือร้อนจัด
ของเปรี้ยวและผลไม้ที่มีกรดสูง
อาหารเค็มจัด
ขนมกรอบ ถั่ว หรืออาหารมีขอบแข็ง
เครื่องดื่มที่ร้อนมาก
อาหารที่เคยสังเกตว่ากระตุ้นแผลของตนเอง
สามารถดื่มน้ำเย็นหรือใช้หลอดได้หากช่วยลดการสัมผัสแผล แต่ควรหลีกเลี่ยงน้ำผลไม้รสเปรี้ยวและเครื่องดื่มที่ทำให้แสบมากขึ้น
2. รักษาความสะอาดช่องปากอย่างอ่อนโยน
แม้แปรงฟันแล้วเจ็บก็ไม่ควรหยุดทำความสะอาดช่องปาก เพราะคราบอาหารอาจสะสมและระคายแผลได้ แต่ควรลดแรงกดและหลีกเลี่ยงการถูโดนแผลโดยตรง
แนวทางดูแล
ใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม
แปรงช้า ๆ และไม่กดแรง
ระวังไม่ให้หัวแปรงกระแทกแผล
บ้วนยาสีฟันออกให้สะอาด
ไม่ใช้ไม้จิ้มฟันหรือของแหลมแตะแผล
ตรวจว่ามีฟันแตก ฟันคม หรือเหล็กจัดฟันเสียดสีหรือไม่
หากแผลมักเกิดตรงตำแหน่งเดิมข้างฟันคมหรืออุปกรณ์จัดฟัน ควรให้ทันตแพทย์ตรวจ เพราะการเสียดสีซ้ำอาจทำให้แผลไม่หาย
3. บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออย่างถูกวิธี
น้ำเกลืออุ่นอาจช่วยทำความสะอาดช่องปากและบรรเทาความระคายเคืองได้ โดยผสมเกลือประมาณครึ่งช้อนชาในน้ำอุ่นหนึ่งแก้ว คนให้ละลาย แล้วบ้วนก่อนคายทิ้ง
ข้อควรระวัง
ห้ามกลืนน้ำเกลือ
ไม่ผสมให้เค็มเข้มข้นเกินไป
ไม่ใช้เกลือถูลงบนแผลโดยตรง
ไม่ใช้น้ำร้อนจัด
เด็กเล็กที่ยังบ้วนและคายไม่ได้ไม่ควรใช้วิธีนี้
ไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์เข้มข้นหากทำให้แสบหรือระคายเคืองมากขึ้น
4. ขอคำแนะนำเรื่องยาจากเภสัชกรหรือทันตแพทย์
เภสัชกรสามารถแนะนำเจล สเปรย์ ยาอม หรือน้ำยาบ้วนปากสำหรับลดความเจ็บและการอักเสบ โดยต้องเลือกให้เหมาะกับอายุ ตำแหน่งแผล โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่
ไม่ควรทำสิ่งต่อไปนี้
นำยาแก้ปวดชนิดเม็ดไปวางบนแผล
ใช้แอสไพรินบดแตะแผล เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อไหม้
ใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่มีคำสั่งแพทย์
ซื้อยาสเตียรอยด์มาใช้ต่อเนื่องเอง
เจาะ แกะ หรือกัดเนื้อบริเวณแผล
ใช้สมุนไพรหรือสารเข้มข้นที่ทำให้แสบ
หากใช้ยาแล้วเกิดผื่น บวม หายใจลำบาก หรือริมฝีปากและลิ้นบวม ให้หยุดใช้และรับการรักษาฉุกเฉิน
5. นอนให้พอ ลดความเครียด และบันทึกตัวกระตุ้น
แม้การนอนน้อยจะไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมด แต่การพักผ่อนให้เพียงพอช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวและลดความอ่อนล้า ควรจัดเวลานอนสม่ำเสมอและไม่อดนอนต่อเนื่องเพื่ออ่านหนังสือหรือเล่นโทรศัพท์
หากแผลขึ้นซ้ำ ควรจดบันทึกว่า
แผลขึ้นช่วงใดและอยู่นานกี่วัน
นอนวันละกี่ชั่วโมง
มีความเครียดหรือเจ็บป่วยก่อนเกิดแผลหรือไม่
กินอาหารหรือเริ่มใช้ยาชนิดใด
แผลเกิดตรงตำแหน่งเดิมหรือไม่
มีประจำเดือนหรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหรือไม่
มีอาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่
ไม่ควรซื้อวิตามินหรือธาตุเหล็กขนาดสูงมากินเองเพียงเพราะเป็นร้อนใน หากสงสัยภาวะขาดสารอาหาร ควรให้แพทย์ประเมินและตรวจเลือดก่อน
แผลร้อนในแบบไหนที่ควรตรวจ?
ควรไปพบทันตแพทย์หรือแพทย์เมื่อ
แผลไม่หายภายใน 3 สัปดาห์
แผลมีขนาดใหญ่หรือแตกต่างจากที่เคยเป็น
แผลขึ้นถี่มากหรือมีหลายแผลพร้อมกัน
แผลเกิดซ้ำในตำแหน่งเดิม
แผลแดง บวม มีหนอง เลือดออก หรือปวดมากขึ้น
เจ็บจนกินอาหาร ดื่มน้ำ หรือพูดลำบาก
มีไข้ อ่อนเพลีย หรือน้ำหนักลดร่วมด้วย
มีก้อนในปาก คอ หรือบริเวณลำคอ
มีปื้นสีแดงหรือสีขาวในช่องปาก
กลืนหรือพูดลำบาก
มีแผลบริเวณผิวหนังหรืออวัยวะเพศร่วมด้วย
มีตาแดง ปวดตา ปวดข้อ ท้องเสียเรื้อรัง หรือถ่ายเป็นเลือด
ผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
NHS แนะนำให้ตรวจแผลในปากที่ไม่หายภายใน 3 สัปดาห์ เพราะแม้ส่วนใหญ่จะไม่ร้ายแรง แต่แผลเรื้อรังจำเป็นต้องได้รับการหาสาเหตุ NHS
แผลร้อนในกับเริมต่างกันอย่างไร?
ลักษณะ แผลร้อนใน เริมที่ริมฝีปาก
ตำแหน่ง ภายในช่องปาก มักอยู่รอบริมฝีปากด้านนอก
รูปร่าง แผลตื้นสีขาวหรือเหลือง ขอบแดง ตุ่มน้ำขนาดเล็กหลายตุ่มรวมกัน
การติดต่อ ไม่ติดต่อ ติดต่อได้
อาการก่อนเกิด อาจแสบหรือเจ็บเฉพาะจุด มักคัน ยิบ ๆ หรือแสบร้อนก่อนเกิดตุ่ม
หากไม่แน่ใจว่าเป็นแผลชนิดใด ไม่ควรใช้ยาของผู้อื่นร่วมกัน ควรปรึกษาแพทย์ ทันตแพทย์ หรือเภสัชกร
สรุป
แผลร้อนในที่เกิดหลังพักผ่อนน้อยอาจสัมพันธ์กับความเครียดและความอ่อนล้า แต่ไม่ควรโทษการนอนน้อยเป็นสาเหตุเดียว การหลีกเลี่ยงอาหารระคายเคือง แปรงฟันอย่างอ่อนโยน ใช้ยาอย่างเหมาะสม และพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้แผลฟื้นตัวได้
หากแผลขึ้นบ่อย มีขนาดใหญ่ หรือไม่หายภายใน 3 สัปดาห์ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อค้นหาการเสียดสี ภาวะขาดสารอาหาร ผลจากยา หรือโรคอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง




