ชัชชาติ สั่ง ตรวจเข้มData Cente 6 แห่งทั่วกรุง! 3 โครงการใหม่ถูกแช่แข็งรอเกณฑ์ใหม่ ผนึกพลังงานแจงชัดสถิติการใช้ทรัพยากร ยันData Centeกินไฟ-ใช้น้ำน้อยกว่าห้างสรรพสินค้า พร้อมสั่งตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัย "พระราม 9 - รามคำแหง" ดัดหลังพวกลักลอบเก็บน้ำมันเกินเกณฑ์
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมแถลงมาตรการคุมเข้มหลังเกิดกระแสความกังวลของประชาชนต่อการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลหรือ Data Center ในพื้นที่ชุมชน โดยประกาศมาตรการเร่งด่วนคือการ "ชะลอ" การออกใบอนุญาตเพิ่มเติมสำหรับโครงการ Data Center ขนาดใหญ่ เพื่อใช้เวลาในการทบทวนมาตรฐานผังเมือง การควบคุมอาคาร และการสำรองพลังงานให้มีความรัดกุมสูงสุด
จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ปัจจุบันมี Data Center ขนาดใหญ่แบบ Stand Alone ที่ขออนุญาตกับ กทม. มาตั้งแต่ปี 2564-2565 ทั้งหมด 6 แห่ง โดยได้รับอนุญาตไปแล้ว 3 แห่ง ส่วนที่เหลืออีก 3 แห่งถูกสั่งชะลอเพื่อพิจารณาตามมาตรฐานใหม่ ปัญหาสำคัญที่พบคือ "สุญญากาศทางกฎหมาย" เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีการนิยามอาคารประเภท Data Center ไว้อย่างชัดเจน ทำให้เกิดช่องว่างในการกำกับดูแลด้านผังเมืองและการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่ง กทม. กำลังเร่งบรรจุนิยามใหม่ลงในผังเมืองรวมกรุงเทพฯ เพื่อจำกัดพื้นที่จัดตั้ง (Zoning) ให้เหมาะสม
สำหรับประเด็นการแย่งชิงทรัพยากร การไฟฟ้านครหลวงระบุว่า Data Center ที่เป็นข่าวมีขนาดการใช้ไฟจริงเพียง 8 เมกะวัตต์ ซึ่งน้อยกว่าห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หลายเท่าตัว จึงยังไม่มีผลกระทบต่อการใช้ไฟฟ้าของภาคครัวเรือน เช่นเดียวกับการประปานครหลวงที่ชี้แจงว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ใช้น้ำเฉลี่ย 7,000-8,000 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน ซึ่งต่ำกว่าโรงพยาบาลและห้างสรรพสินค้าที่ใช้น้ำมากกว่าถึง 3-5 เท่า อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังคงติดตามการจัดการน้ำเสียอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ส่วนประเด็นการสำรองน้ำมันดีเซลสำหรับเครื่องปั่นไฟ นางสาวฐิติภัสร์กล่าวว่ากระทรวงพลังงานได้สั่งชะลอการออกใบอนุญาตคลังน้ำมันสำหรับรายใหม่แล้ว เพื่อรอหลักเกณฑ์ใหม่จากคณะกรรมการ Data Center โดยเฉพาะ พร้อมชี้แจงกรณีดราม่าในพื้นที่ต่างๆ ว่า กรณีพระราม 9 ยังไม่มีการอนุญาตคลังน้ำมัน หากพบการลักลอบจะดำเนินคดีทันที ส่วนกรณีรามคำแหงที่มีข่าวว่าตุนน้ำมันถึง 4 แสนลิตรนั้น จากการตรวจสอบพบใบอนุญาตเพียง 2 แสนลิตร แต่จะมีการลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกอีกครั้งเพื่อความโปร่งใส
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ย้ำทิ้งท้ายว่า กทม. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ต้องเดินหน้าไปพร้อมกับสวัสดิภาพของประชาชน โดยจะเร่งปิดช่องว่างทางกฎหมาย และตรวจสอบเรื่องเสียง กลิ่น และความร้อนจากระบบระบายอากาศอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนรำคาญสามารถแจ้งเหตุเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและระงับการดำเนินการได้ทันที เพื่อมั่นใจว่ากรุงเทพฯ จะเป็น Smart City ที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง





