วันที่ 2 ก.ย.69 - น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ รัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดูแลและเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างเหมาะสม โดยคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 พร้อมอนุมัติงบกลางวงเงิน 558.739 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาท
หลักเกณฑ์การช่วยเหลือกำหนดว่า ผู้มีสิทธิ์จะได้รับเงินช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 9,000 บาท ใน 2 กรณี ได้แก่ ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และมีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย , ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป ทั้งนี้ ที่อยู่อาศัยต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย หรือเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และจะได้รับความช่วยเหลือ 1 ครั้งต่อ 1 หลังคาเรือน
กรณีผู้เสียชีวิตจากดินโคลนถล่ม หรืออุทกภัยโดยตรง เช่น การจมน้ำ หรือถูกกระแสน้ำพัดจนเสียชีวิต รัฐบาลกำหนดให้ความช่วยเหลือเป็นค่าจัดการศพ รายละ 2,000,000 บาท ประชาชนผู้ประสบภัยสามารถยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือได้ 2 ช่องทาง ได้แก่
1. ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ระบบจะเชื่อมโยงข้อมูลกับฐานทะเบียนราษฎรเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และสามารถติดตามสถานะการดำเนินการได้
2. ยื่นด้วยตนเองที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เช่น เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล โดยเจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ส่วนกลางให้
ย้ำผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน
รัฐบาลขอให้ประชาชนที่มีสิทธิ์ตรวจสอบว่าได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับ เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากธนาคารออมสินจะใช้ช่องทางดังกล่าวในการโอนเงินเยียวยาให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์
นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ทยอยส่งข้อมูลของผู้ผ่านการตรวจสอบเข้าสู่ระบบทันที โดย ไม่ต้องรอให้รวบรวมข้อมูลครบทั้งหมู่บ้าน เพื่อให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสามารถส่งข้อมูลต่อไปยังธนาคารออมสิน และเร่งโอนเงินถึงผู้ประสบภัยได้เร็วที่สุด รัฐบาลยังมีนโยบายลดขั้นตอนด้านเอกสาร โดยข้อมูลที่หน่วยงานภาครัฐมีอยู่แล้วให้ตรวจสอบเชื่อมโยงกันเอง เพื่อลดภาระของประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย
#เยียวยาน้ำท่วม #เงินเยียวยา #น้ำท่วม2569 #น้ำท่วม #ผู้ประสบภัย #ทางรัฐ #แอปทางรัฐ #พร้อมเพย์ #ธนาคารออมสิน #กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #ปภ #อุทกภัย #เงินช่วยเหลือ #ข่าวประชาชน #ข่าววันนี้ #TV5HD #TV5HDONLINE
น้ำท่วมปี 69 รับเยียวยา 9,000 บาท ลงทะเบียนผ่าน “ทางรัฐ” ได้
รัฐบาลเปิดลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วมปี 2569 ครัวเรือนละ 9,000 บาท เปิด 2 ช่องทางลงทะเบียนผ่านแอป “ทางรัฐ” หรือ อปท. ในพื้นที่ พร้อมกำชับไม่ต้องรอรวบรวมข้อมูลครบทั้งหมู่บ้าน
วันที่ 2 ก.ย.69 - น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ รัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดูแลและเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างเหมาะสม โดยคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 พร้อมอนุมัติงบกลางวงเงิน 558.739 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาท
หลักเกณฑ์การช่วยเหลือกำหนดว่า ผู้มีสิทธิ์จะได้รับเงินช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 9,000 บาท ใน 2 กรณี ได้แก่ ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และมีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย , ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป ทั้งนี้ ที่อยู่อาศัยต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย หรือเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และจะได้รับความช่วยเหลือ 1 ครั้งต่อ 1 หลังคาเรือน
กรณีผู้เสียชีวิตจากดินโคลนถล่ม หรืออุทกภัยโดยตรง เช่น การจมน้ำ หรือถูกกระแสน้ำพัดจนเสียชีวิต รัฐบาลกำหนดให้ความช่วยเหลือเป็นค่าจัดการศพ รายละ 2,000,000 บาท ประชาชนผู้ประสบภัยสามารถยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือได้ 2 ช่องทาง ได้แก่
1. ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ระบบจะเชื่อมโยงข้อมูลกับฐานทะเบียนราษฎรเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และสามารถติดตามสถานะการดำเนินการได้
2. ยื่นด้วยตนเองที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เช่น เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล โดยเจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ส่วนกลางให้
ย้ำผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน
รัฐบาลขอให้ประชาชนที่มีสิทธิ์ตรวจสอบว่าได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับ เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากธนาคารออมสินจะใช้ช่องทางดังกล่าวในการโอนเงินเยียวยาให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์
นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ทยอยส่งข้อมูลของผู้ผ่านการตรวจสอบเข้าสู่ระบบทันที โดย ไม่ต้องรอให้รวบรวมข้อมูลครบทั้งหมู่บ้าน เพื่อให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสามารถส่งข้อมูลต่อไปยังธนาคารออมสิน และเร่งโอนเงินถึงผู้ประสบภัยได้เร็วที่สุด รัฐบาลยังมีนโยบายลดขั้นตอนด้านเอกสาร โดยข้อมูลที่หน่วยงานภาครัฐมีอยู่แล้วให้ตรวจสอบเชื่อมโยงกันเอง เพื่อลดภาระของประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย





