พิษคลิปสวาท! ไล่ออก 'พ.ต.อ.' ร่วมเมียแจ้งความเท็จแบล็กเมลเหยื่อ พ้นสภาพสีกากี! ไร้บำเหน็จบำนาญ หลังศาลสั่งจำคุกปมแจ้งความเท็จ-หมิ่นประมาทกลางรายการดัง พบหลักฐานมัดร่วมมือภรรยากลั่นแกล้งเหยื่อหวังทรัพย์สิน

โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (รร.นรต.) ออกแถลงการณ์โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สั่งลงโทษไล่ออก "ผศ.พ.ต.อ.ภีมพจน์" อดีตอาจารย์ (สบ 4) กลุ่มงานคณาจารย์ คณะตำรวจศาสตร์ หลังผลการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงชี้ชัดว่ามีพฤติกรรมประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง กระทบต่อเกียรติยศและชื่อเสียงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างหนัก โดยคดีนี้สืบเนื่องมาจากพฤติการณ์ที่"ผศ.พ.ต.อ.ภีมพจน์" ร่วมกับภรรยา คือ "เจ๊หนิง" แจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง เพื่อกลั่นแกล้งผู้เสียหายในข้อหาลักทรัพย์และบุกรุก ซึ่งต่อมาพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง จนนำไปสู่การขุดคุ้ยความจริง

Advertisement

จากการขยายผลพบว่า อดีตนายตำรวจรายนี้มีพฤติการณ์ร่วมกับภรรยาแบล็กเมลเรียกรับเงินจากผู้เสียหายสูงถึง 3 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่เปิดเผยคลิปวิดีโอความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือ "คลิปสวาท" ของผู้เสียหาย ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนมองว่าเป็นการกระทำที่มีมูลเหตุจูงใจเล็งเห็นแก่ทรัพย์สินโดยมิชอบ ไม่สามารถลดหย่อนโทษได้ นอกจากนี้ยังมีกรณีการไปออกรายการโทรทัศน์ชื่อดัง "โหนกระแส" เมื่อช่วงปลายปี 2567 โดยร่วมกับภรรยากล่าวหาว่าผู้เสียหายมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับตนเอง ซึ่งถือเป็นการประพฤติผิดวินัยตำรวจอย่างร้ายแรงในฐานะข้าราชการ

แถลงการณ์ของ รร.นรต. ระบุว่าก่อนจะมีคำสั่งลงโทษ ภรรยาของผู้ถูกกล่าวหาได้บุกเข้าพบเพื่อกดดันผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ หวังให้ระงับการดำเนินการทางวินัย และเมื่อไม่เป็นผล กลับพบการใช้สื่อสังคมออนไลน์โพสต์ข้อความบิดเบือนหมิ่นประมาทผู้บังคับบัญชา รวมถึงมีการโพสต์ข้อความข่มขู่ในลักษณะอาฆาตมาดร้ายว่า "มีคนจะเอาลูกตะกั่วให้พวกมึงแดก!!" ซึ่งถือเป็นการคุกคามความปลอดภัยของบุคลากรและองค์กรอย่างรุนแรง

ในส่วนของคดีอาญา ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ลงโทษจำคุก ผศ.พ.ต.อ.ภีมพจน์ และภรรยา คนละ 1 ปี 6 เดือน และปรับคนละ 150,000 บาท ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 3 ปี ขณะที่คดีแจ้งความเท็จพนักงานอัยการได้มีความเห็นสั่งฟ้องและอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ทำให้ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจลงนามคำสั่งเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ให้ไล่ออกจากราชการ โดยมีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ 13 สิงหาคม 2569

ผลจากคำสั่ง "ไล่ออก" ในครั้งนี้ ส่งผลให้ ผศ.พ.ต.อ.ภีมพจน์ ต้องสิ้นสภาพความเป็นตำรวจโดยสมบูรณ์ และที่สำคัญที่สุดคือจะไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ บำนาญ หรือสวัสดิการใดๆ จากทางราชการทั้งสิ้น แม้เจ้าตัวจะมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) ภายใน 30 วันตามกฎหมาย  และหากไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัย สามารถยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน 90 วัน ตามกระบวนการยุติธรรมรูปภาพบทความรูปภาพบทความ 

รูปภาพบทความรูปภาพบทความรูปภาพบทความ