วันที่ 2 ก.ย.69 -  กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีอับราฮัม ลินคอล์น ของกองทัพเรือสหรัฐฯ เดินทางถึงประเทศไทยตามกำหนดเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 โดยเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น เข้าเทียบท่าที่แหลมฉบัง ขณะที่เรือพิฆาตติดอาวุธนำวิถี ยูเอสเอส แฟรงก์ อี. ปีเตอร์เซน จูเนียร์ เทียบท่าที่ศรีราชา และเรือลาดตระเวนติดอาวุธนำวิถี ยูเอสเอส โรเบิร์ต สมอลส์ เดินทางเข้ามาบตาพุด ตามกำหนดการเยือนท่าเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เผยแพร่เอกสารข่าวเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ระบุว่า องค์ประกอบของ กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีอับราฮัม ลินคอล์น (Abraham Lincoln Carrier Strike Group: ABECSG) เดินทางถึงประเทศไทยเพื่อเยือนท่าเรือตามกำหนด  กองเรือดังกล่าวนำโดย เรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln: CVN 72) เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชั้นนิมิตซ์ พร้อมกำลังพลจาก กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่ 3 (Carrier Strike Group 3: CSG-3), กองบินประจำเรือบรรทุกเครื่องบินที่ 9 (Carrier Air Wing 9: CVW-9) และ กองเรือพิฆาตที่ 21 (Destroyer Squadron 21: DESRON 21) รวมถึงฝูงบิน 9 ฝูงของกองบินประจำเรือบรรทุกเครื่องบินที่ 9 โดยเดินทางถึงแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี

Advertisement

ขณะเดียวกัน เรือยูเอสเอส แฟรงก์ อี. ปีเตอร์เซน จูเนียร์ (USS Frank E. Petersen Jr.: DDG 121) ซึ่งเป็นเรือพิฆาตติดอาวุธนำวิถีชั้นอาร์ลีห์ เบิร์ก เข้าเทียบท่าในพื้นที่ศรีราชา จังหวัดชลบุรี  ส่วน เรือยูเอสเอส โรเบิร์ต สมอลส์ (USS Robert Smalls: CG 62) เรือลาดตระเวนติดอาวุธนำวิถีชั้นไทคอนเดอโรกา เดินทางเข้ามาบตาพุด จังหวัดระยอง เพื่อเยือนท่าเรือตามกำหนดเช่นเดียวกัน

พลเรือตรี โรเบิร์ต อี. ลอห์แรน (Rear Adm. Robert E. Loughran) ผู้บัญชาการกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่ 3 ระบุว่า การเดินทางมาถึงแหลมฉบังเป็นโอกาสให้กำลังพลของกองทัพเรือและนาวิกโยธินสหรัฐฯ ได้พักและฟื้นฟูกำลัง หลังปฏิบัติภารกิจมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่า การเยือนประเทศไทยยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์และความเป็นพันธมิตรที่เข้มแข็งและยาวนานระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศไทย   

ด้านนาวาเอก แดน คีเลอร์ (Capt. Dan Keeler) ผู้บังคับการเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ระบุว่า กำลังพลมีความยินดีที่ประเทศไทยเป็นจุดหมายสำหรับการเยือนท่าเรือครั้งแรกในช่วงการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้  การเยือนดังกล่าวจะเป็นโอกาสให้กำลังพลได้เรียนรู้และทำความเข้าใจระหว่างกันมากขึ้น รวมถึงสะท้อนความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาค และเปิดโอกาสให้กำลังพลได้สัมผัสประเทศไทยในช่วงที่เรือเข้าเทียบท่า

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ระบุว่า การเข้าเทียบท่าประเทศไทยครั้งนี้ถือเป็น การจอดเทียบท่าเต็มรูปแบบครั้งแรกของเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น นับตั้งแต่เริ่มออกปฏิบัติภารกิจเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568  ตลอดการปฏิบัติภารกิจที่ผ่านมา เรือและกองกำลังใช้เวลาอยู่ในทะเลรวม 286 วัน  นอกจากนี้ กองเรือยังปฏิบัติการในพื้นที่รับผิดชอบของ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (U.S. Central Command) เป็นเวลาเกือบ 7 เดือน โดยกองเรือและหน่วยของกองทัพเรือและนาวิกโยธินสหรัฐฯ มีส่วนร่วมในปฏิบัติการทางทหารภายใต้ ปฏิบัติการเอพิก ฟิวรี (Operation Epic Fury)  หลังเสร็จสิ้นภารกิจดังกล่าว กองเรืออับราฮัม ลินคอล์น ได้เข้าสู่พื้นที่รับผิดชอบของ กองเรือที่ 7 ของสหรัฐฯ (U.S. 7th Fleet) และอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจตามแผนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

ในเอกสารข่าว สหรัฐฯ ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์กับประเทศไทยว่า ไทยเป็นหุ้นส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ ในภูมิภาค โดยมีความสัมพันธ์ยาวนาน 193 ปี นับตั้งแต่การลงนามสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์ระหว่างกันในปี ค.ศ. 1833  สหรัฐฯ ระบุด้วยว่า ไทยเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาเพียงประเทศเดียวของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีป  ความร่วมมือระหว่างไทยกับสหรัฐฯ โดยเฉพาะด้านกิจการทางทะเล ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของความสัมพันธ์ด้านความมั่นคง และได้รับการเสริมสร้างผ่านกิจกรรมทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคีมาอย่างต่อเนื่อง  หนึ่งในความร่วมมือสำคัญคือ การฝึกคอบร้าโกลด์ (Cobra Gold) รวมถึงการเยือนท่าเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในประเทศไทย ซึ่งสหรัฐฯ มองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพและประชาชนของทั้งสองประเทศ

ปัจจุบัน กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีอับราฮัม ลินคอล์น อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจตามปกติในพื้นที่รับผิดชอบของกองเรือที่ 7 ของสหรัฐฯ โดยทำงานร่วมกับพันธมิตรและประเทศหุ้นส่วน เพื่อสนับสนุนเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก  

การเยือนประเทศไทยครั้งนี้จึงมีทั้งมิติของการพักและฟื้นฟูกำลังพลหลังปฏิบัติภารกิจต่อเนื่อง ตลอดจนการตอกย้ำความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงและความร่วมมือทางทะเลระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน

Article Image

Article Image