นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงบรรยากาศการพบปะกับ 3 อดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ระหว่างเข้าร่วมพิธีสวดพระอภิธรรม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ ณ จังหวัดอุบลราชธานี โดยระบุว่า เป็นการพบกันในงานศพของบุคคลที่เคารพนับถือ จึงมีการพูดคุยและแสดงความเคารพต่อกันตามปกติ ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่รู้จักกับ นายทักษิณ ชินวัตร, นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ก็พบปะกันมาโดยตลอด ยิ่งปัจจุบันทำงานร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะพูดคุยกันไม่ได้

เมื่อถามถึงนิยามทางการเมืองเรื่อง "ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร" นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ไม่ว่าความสัมพันธ์จะเป็นอย่างไร หากทุกฝ่ายมีเป้าหมายตรงกันคือประโยชน์ของประเทศชาติและความเข้มแข็งของบ้านเมือง ก็จำเป็นต้องวางเรื่องส่วนตัวไว้ข้างหลัง แล้วยกผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง

สำหรับความกังวลในการบริหารประเทศ นายอนุทินกล่าวว่า สิ่งที่กังวลคือการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งปัจจุบันโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่าง “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชน ส่งผลให้ตัวเลขทางเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น และอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของประเทศปรับตัวดีขึ้น เงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้าต่อเนื่อง และมูลค่าการส่งออกเติบโตเกือบ 20% ขณะที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ขยับขึ้นมาเกือบแตะ 2% ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันให้เติบโตต่อเนื่องไปสู่ระดับ 3–4% ในระยะต่อไป

ส่วนข้อเรียกร้องของประชาชนที่ต้องการให้ขยายโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ในเฟสต่อไปนั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากทุกภาคส่วนแล้ว แต่การตัดสินใจต้องพิจารณาความเหมาะสมทั้งด้านรูปแบบการดำเนินงานและกรอบวงเงินงบประมาณอย่างรอบคอบ เนื่องจากรัฐบาลไม่ได้ดำเนินนโยบายแบบรัฐสวัสดิการหรือประชานิยม แต่มุ่งเน้นการดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการฟื้นฟูและยกระดับเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ