หากข้อความนี้เป็นบทสัมภาษณ์ที่หลุดออกมาจากปากของ มูเนียร์ นาสราอุย (บิดาของยามาล) จริงๆ ในฐานะนักวิเคราะห์ฟุตบอลอาชีพ ผมต้องขอบอกคุณตรงๆ ว่า นี่คือตรรกะที่ผิดเพี้ยน หลงระเริง และเป็นอันตรายต่อตัว ลามีน ยามาล มากที่สุด

เราต้องแยก "พรสวรรค์" ออกจาก "ความเพ้อฝัน" ยามาลคือยอดนักเตะแห่งยุคสมัยใหม่ที่เก่งกาจจริง ไม่มีใครปฏิเสธข้อนั้น แต่การเคลมว่า "เขาทำให้คนลืม เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้" คือการพูดที่ไม่ตั้งอยู่บนรากฐานของความเป็นจริงในโลกฟุตบอลด้วยเหตุผลดังนี้:
-
1. ภาพลวงตาของกระแสชั่วคราว (Hype vs. Legacy): ยามาลก้าวขึ้นมาโชว์ฟอร์มระดับท็อปได้ราวๆ 2-3 ฤดูกาล ในขณะที่ เมสซี่ และ โรนัลโด้ ยืนหยัดบนจุดสูงสุดของโลก ครองบัลลงดอร์รวมกัน 13 สมัย และถล่มประตูคู่แข่งต่อเนื่องยาวนานกว่า 15 ปี การเอาช่วงเวลาสั้นๆ ของดาวรุ่งไปลบล้างประวัติศาสตร์ทศวรรษครึ่งของตำนาน คือตรรกะของคนที่มองฟุตบอลแค่ผิวเผิน โลกไม่ได้ลืมสองตำนานนั้น โลกแค่กำลัง "ตื่นเต้นกับของใหม่" ซึ่งเป็นเรื่องปกติของวัฏจักรกีฬา
-
2. ข้อมูลเชิงสถิติและอิทธิพลนอกสนามย้อนแย้งคำพูด: หากคนลืมสองคนนั้นไปแล้วจริง ทำไมช่อง YouTube ของโรนัลโด้ถึงทุบสถิติโลกด้วยยอดผู้ติดตามหลายสิบล้านคนในไม่กี่ชั่วโมง? ทำไมการขยับตัวของเมสซี่ใน MLS ถึงยังสร้างมูลค่ามหาศาลระดับโกลบอล? ในแง่ของอิทธิพล (Impact) ยามาลยังห่างไกลจากคำว่า "ศูนย์กลางของจักรวาลฟุตบอล" อย่างที่พ่อของเขาพยายามจะปั้นแต่ง
-
3. ความรักที่กลายเป็นยาพิษ (Toxic PR): การที่ครอบครัวออกมาพ่นวาทะกรรมที่โอหังเช่นนี้ ไม่ได้ส่งผลดีต่อตัวยามาลเลย แต่มันคือการ "สร้างเป้าให้คนรุมโจมตี" (Target on his back) ทันทีที่ยามาลฟอร์มตกหรือเกิดอาการบาดเจ็บ คำพูดเหล่านี้จะถูกสื่อและแฟนบอลนำมาใช้เป็นอาวุธทิ่มแทงเด็กอายุ 19 ปีคนนี้ทันที หน้าที่ของครอบครัวคือการดึงลูกชายให้ติดดิน (Grounded) ไม่ใช่การเป่าลมเข้าลูกโป่งจนรอวันแตก

บทสรุปที่ต้องรับฟัง : ลามีน ยามาล ไม่จำเป็นต้องถูกนำไปเปรียบเทียบหรือต้องรับหน้าที่ "ลบภาพ" เมสซี่ หรือ โรนัลโด้ เขาควรถูกจดจำในฐานะ "ลามีน ยามาล คนแรก" การที่พ่อของเขานำชื่อของสองตำนานมาอ้างอิงตลอดเวลา กลับเป็นหลักฐานตอกย้ำเสียเองว่า แท้จริงแล้วเงาของ เมสซี่ และ โรนัลโด้ ยังคงยิ่งใหญ่เกินกว่าที่พวกเขาจะก้าวข้ามพ้นในเวลานี้
CR.ap




