วิปรัฐบาล ลุยถกสภาสัปดาห์นี้! ปรับใหญ่ "สอบท้องถิ่น" สกัดทุจริต พร้อมเคลียร์ชัดปมรื้อที่มางบ Thai PBS

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล ได้เปิดเผยภายหลังการประชุมวิปรัฐบาล เพื่อแจ้งกำหนดการพิจารณาศึกษากฎหมายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรประจำสัปดาห์ ซึ่งจะมีขึ้นในวันพุธและวันพฤหัสบดีนี้ โดยมีวาระสำคัญที่ต้องเร่งขับเคลื่อนหลายฉบับ เพื่อประโยชน์ของประชาชนและการปรับปรุงระบบราชการให้มีความโปร่งใสยิ่งขึ้น

ประเด็นแรกที่สภาฯ จะนำเข้าสู่การพิจารณา คือ ร่าง พ.ร.บ.ขนส่งทางบก ซึ่งเสนอโดย สส. โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการกระจายอำนาจการบริหารจัดการรถสาธารณะ จากเดิมที่รวมศูนย์ ให้ย้ายไปอยู่ในการดูแลของแต่ละจังหวัด เพื่อให้สามารถจัดสรรและบริหารการวิ่งรถภายในพื้นที่ได้อย่างคล่องตัว ตรงกับความต้องการและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน สภาฯ จะมีการพิจารณาแก้ไข กฎหมายว่าด้วยการสอบท้องถิ่น ซึ่งเป็นประเด็นค้างพิจารณา โดยเป็นการนำข้อสังเกตและการแก้ไขจากทางวุฒิสภาเข้าสู่การพิจารณา เพื่อยกกระดับประสิทธิภาพและป้องกันการทุจริต โดยปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่ ดังนี้:

  • การสอบ ภาค ก. (ความรู้ความสามารถทั่วไป): จะจัดสอบจากส่วนกลาง โดยใช้ระบบและมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ซึ่งเป็นมาตรฐานกลางของระบบราชการ เพื่อสร้างความเท่าเทียมและเป็นธรรมแก่ผู้เข้าสอบทุกคน

  • การสอบ ภาค ข. (ความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง): กระจายการจัดสอบไปอยู่ในระดับจังหวัด

  • การสอบ ภาค ค. (ความเหมาะสมกับตำแหน่ง/สัมภาษณ์): กระจายไปให้ส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ เป็นผู้บริหารจัดการ เพื่อให้ได้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถตรงกับโจทย์การพัฒนาพื้นที่อย่างแท้จริง

ส่วนกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายแหล่งที่มางบประมาณของ Thai PBS รวมถึงกองทุนกีฬา และกองทุนผู้สูงอายุ นายกรวีร์ ชี้แจงว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวเสนอโดย สส. พรรคภูมิใจไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน และเนื่องจากเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน จึงจะต้องเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อลงนามเห็นชอบก่อนส่งกลับมาให้สภาฯ พิจารณาต่อไป ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาอีกพอสมควร

นายกรวีร์ ยืนยันว่า เจตนาที่แท้จริงของการเสนอกฎหมายนี้ ไม่ใช่การตัดงบประมาณหรือเอื้อประโยชน์ให้แก่นายทุนตามที่มีกระแสข่าว เนื่องจากภาคเอกชนยังคงต้องจ่ายภาษีเท่าเดิม แต่เป็นการเปลี่ยนรูปแบบการบริหารจัดการงบประมาณที่มาจากภาษีบุหรี่และสุรา (ภาษีบาป) จากเดิมที่ตัดส่งตรงไปยังหน่วยงานโดยตรง มาเป็นการจัดตั้งเป็น "กองทุนกลาง" หาก Thai PBS หรือหน่วยงานใดมีความจำเป็นต้องใช้เงิน ก็สามารถทำรายละเอียดเสนอขอใช้งบประมาณเข้ามาตามขั้นตอนได้ ซึ่งจะช่วยให้เกิดระบบการตรวจสอบที่โปร่งใส ชัดเจน และสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ สภาผู้แทนราษฎรจะมีการตั้งกระทู้ถามสดจากฝ่ายค้าน ซึ่งทางวิปรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมในการชี้แจงทุกประเด็นอย่างเต็มที่