พรรคพลังประชารัฐเดินหน้ายกเลิก MOU 2544 ชี้มีความไม่ชอบมาพากล กระทบอธิปไตยทางทะเลและผลประโยชน์ของชาติ พร้อมแนะรัฐบาลเจรจาใหม่บนหลักกฎหมายสากล
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ และนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ประธานร่วมศูนย์นโยบายและวิชาการพรรคพลังประชารัฐ ร่วมกับ ดร. ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ที่ปรึกษาศูนย์ฯ แถลงข่าวเรียกร้องให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ไทย-กัมพูชา ปี 2544 โดยระบุว่า MOU ดังกล่าวมีข้อบกพร่องหลายประการ เช่น การลากเส้นเขตแดนที่ไม่สอดคล้องกับอนุสัญญาเจนีวา 1958 และอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล 1982 รวมถึงระบุทิศทางของเส้นละติจูดผิดพลาด และใช้เวลาจัดทำเพียง 44 วัน แสดงถึงความเร่งรีบผิดปกติ
พรรคพลังประชารัฐตั้งข้อสังเกตว่า การกำหนดเส้นเขตแดนใน MOU 2544 ทำให้กัมพูชาล้ำเข้ามาน่านน้ำภายในของจังหวัดตราดและทะเลอาณาเขตของเกาะกูด ซึ่งกระทบต่ออธิปไตยของไทย และตั้งคำถามถึงนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ถึงสาเหตุที่ยอมรับเส้นเขตแดนดังกล่าว โดยชี้ว่าแม้รัฐบาลจะไม่ยอมรับ แต่การปรากฏอยู่ใน MOU ก็เท่ากับเป็นการ "รับรู้" แล้ว
นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามถึงกระทรวงการต่างประเทศว่า เคยชี้แจงความผิดปกติของ MOU 2544 ให้รัฐบาลชุดก่อนๆ ทราบหรือไม่ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของชาติ โดยเฉพาะทรัพยากรพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนกว่า 26,000 ตารางกิโลเมตร
พรรคพลังประชารัฐยืนยันว่า การเรียกร้องให้ยกเลิก MOU 2544 ไม่ได้มุ่งหวังผลประโยชน์ทางการเมือง แต่ต้องการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศ พร้อมเสนอให้รัฐบาลเจรจากับกัมพูชาเพื่อจัดทำ MOU ฉบับใหม่ โดยยึดหลักกฎหมายสากล และให้กระทรวงการต่างประเทศศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อเตรียมความพร้อมในการเจรจา




