คณะกรรมการโนเบลนอร์เวย์ประกาศเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 มอบรางวัลโนเบลสันติภาพให้พิลเลย์ สำหรับผลงานด้านการส่งเสริมสันติภาพและกฎหมายระหว่างประเทศ โดยยกย่องบทบาทของเธอในการผลักดันความรับผิดต่ออาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
พิลเลย์เกิดเมื่อปี 1941 ที่เมืองเดอร์บัน ประเทศแอฟริกาใต้ ในครอบครัวเชื้อสายทมิฬอินเดีย และเติบโตท่ามกลางระบบ Apartheid หรือการแบ่งแยกสีผิว ปี 1967 เธอกลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่เปิดสำนักงานกฎหมายในจังหวัดนาตาล รับว่าความให้แก่นักเคลื่อนไหวต่อต้าน Apartheid และนักโทษการเมือง รวมถึงเนลสัน แมนเดลา ก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาศาลสูงของแอฟริกาใต้ในปี 1995 และเป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าว
คดีรวันดาที่เปลี่ยนกฎหมายระหว่างประเทศ
ในปี 1995 พิลเลย์ได้รับเลือกเป็นผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศสำหรับรวันดา หรือ ICTR ซึ่งดำเนินคดีกับผู้รับผิดชอบเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา หนึ่งในผลงานสำคัญของเธอคือการมีส่วนในคำพิพากษาที่วางหลักว่า การข่มขืนและความรุนแรงทางเพศสามารถเป็นส่วนหนึ่งของอาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้ หากมีเจตนาทำลายกลุ่มที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของกฎหมายอาญาระหว่างประเทศ
จาก ICC สู่สหประชาชาติ
ระหว่างปี 2003–2008 พิลเลย์ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษา ศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ICC ก่อนขึ้นเป็น ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ระหว่างปี 2008–2014 เธอทำงานในประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน การเลือกปฏิบัติ และการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลและผู้มีอำนาจต้องรับผิดเมื่อเกิดการละเมิดร้ายแรง ต่อมาเธอยังทำหน้าที่ผู้พิพากษาเฉพาะกิจใน ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ ในคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญาในเมียนมา
บทบาทต่อกรณีกาซา
ช่วงปี 2021–2025 พิลเลย์ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสอบสวนอิสระของสหประชาชาติว่าด้วยดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครองและอิสราเอล คณะกรรมาธิการมีข้อสรุปเกี่ยวกับการกระทำของอิสราเอลในกาซาที่ถูกมองว่าเข้าข่ายการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ขณะที่รัฐบาลอิสราเอลปฏิเสธข้อสรุปดังกล่าวและวิพากษ์วิจารณ์รายงานอย่างรุนแรง

ขณะมีการประกาศรางวัล พิลเลย์อยู่ที่เมืองนูเรมเบิร์ก ประเทศเยอรมนี ภายในอาคารศาลที่เคยใช้พิจารณาคดีผู้นำนาซีหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของกฎหมายอาญาระหว่างประเทศสมัยใหม่ หลังทราบข่าว เธอระบุว่าขอมอบรางวัลนี้ให้แก่ ผู้รอดชีวิตจากอาชญากรรมระหว่างประเทศ รวมถึงผู้ที่ทำงานเพื่อปกป้องกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ
ทำไม “Navi Pillay” จึงได้โนเบลสันติภาพ
ตลอดเส้นทางกว่า 5 ทศวรรษ พิลเลย์ยืนอยู่บนหลักการสำคัญว่า ไม่มีใครควรอยู่เหนือกฎหมาย แม้จะเป็นรัฐบาล ผู้นำประเทศ หรือผู้มีอำนาจ จากทนายความในยุค Apartheid สู่ผู้พิพากษาศาลระหว่างประเทศ และผู้นำด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ผลงานของเธอช่วยวางมาตรฐานใหม่ให้โลกใช้กฎหมายรับมือกับอาชญากรรมที่ร้ายแรงที่สุดต่อมนุษยชาติ
รางวัลโนเบลสันติภาพ 2026 มีมูลค่า 12 ล้านโครนาสวีเดน หรือราว 1.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะมีพิธีมอบรางวัลที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ วันที่ 10 ธันวาคม 2569
Cr.DPA/AP




