“อนุทิน” ชูเกษตรกรเป็นกำลังสำคัญสร้างความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ เดินหน้าหนุนใช้น้ำมัน B20 เพิ่มจาก 9 ล้านลิตร เป็น 20 ล้านลิตรต่อวัน หวังลดนำเข้าน้ำมัน เพิ่มความต้องการปาล์มไทย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล พร้อมย้ำรายได้เกษตรกรต้องมั่นคงต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงราคาดีชั่วคราว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยผ่านรายการ “คุยกับนายกอนุทิน” ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกร โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ความมั่นคงด้านอาหารกลายเป็นปัจจัยสำคัญของทุกประเทศ

ประเทศไทยมีความได้เปรียบจากการเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารที่มีศักยภาพ สามารถดูแลความต้องการภายในประเทศ และยังมีโอกาสสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้ประเทศคู่ค้า ซึ่งผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าวคือเกษตรกรไทย

“คนที่จะเป็นพระเอกของภารกิจนี้ก็คือพี่น้องเกษตรกรของประเทศไทย เพราะฉะนั้นเราก็ต้องทำให้พระเอกของเราหล่ออยู่ตลอดเวลา” นายกรัฐมนตรีระบุ

นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลพยายามสร้างโอกาสเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรผ่านมาตรการต่าง ๆ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงผลผลิตทางการเกษตรเข้ากับภาคพลังงาน ซึ่งนอกจากช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันแล้ว ยังช่วยสร้างตลาดรองรับผลผลิตเกษตรภายในประเทศ

ตัวอย่างสำคัญคือมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันไบโอดีเซล B20 ซึ่งมีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพจากน้ำมันปาล์ม 20% ทำให้ราคาจำหน่ายต่ำกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไปเกือบ 10 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 5–6 ล้านลิตรต่อวัน เป็นประมาณ 9 ล้านลิตรต่อวัน

นายกรัฐมนตรีระบุว่า หากสามารถขยายปริมาณการใช้ B20 เพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านลิตรต่อวัน จะช่วยทดแทนเชื้อเพลิงจากปิโตรเลียมได้ประมาณ 4 ล้านลิตรต่อวัน และเพิ่มความต้องการใช้น้ำมันปาล์มภายในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

พร้อมประเมินถึงโอกาสสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจระดับใกล้แสนล้านบาทต่อปี โดยเงินที่เคยใช้ในการนำเข้าพลังงานส่วนหนึ่งจะสามารถหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ทั้งนี้ มูลค่าดังกล่าวเป็นการประเมินเบื้องต้นของนายกรัฐมนตรี

นายอนุทินกล่าวว่า การเพิ่มความต้องการผลผลิตทางการเกษตรจะช่วยสร้างโอกาสให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น แต่สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่การทำให้ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวสูงขึ้นเพียงช่วงเวลาหนึ่ง หากต้องสร้างระบบที่ทำให้เกษตรกรมีรายได้อย่างต่อเนื่องและสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง

นายกรัฐมนตรียังยกหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ โดยเน้นการประกอบอาชีพอย่างซื่อสัตย์ ไม่เอาเปรียบผู้อื่น และสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ

“รายได้เยอะหรือไม่เยอะไม่สำคัญเท่ากับมีรายได้อย่างต่อเนื่อง” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ทั้งนี้ นายอนุทินมองว่า ความมั่นคงด้านอาหารจะเป็นจุดแข็งสำคัญของประเทศไทยในระยะยาว รัฐบาลจึงต้องดูแลเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง สามารถสร้างผลผลิตและรายได้อย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อเกษตรกรมีความมั่นคง ก็จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและอาหารให้แก่ประเทศ