"ทรัมป์" ดื้อแพ่ง! ยันผลเลือกตั้งไม่กระทบตัวเอง แม้เดโมแครตกวาดชัยสองสภา "เจดี แวนซ์" ชี้ปมสงครามอิหร่านพาทัพพ่ายแพ้ เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวขวัญเสียผวาโดนตั้งกรรมาธิการสอบ ขณะที่ผู้นำโลกรวมถึงอิหร่านจับตาจุดเปลี่ยนการเมืองสหรัฐฯ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักยุทธศาสตร์และกลุ่มพันธมิตรภายในพรรครีพับลิกัน ออกมารับฟังกระแสสังคมและเริ่มส่งเสียงเรียกร้องอย่างหนักให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เร่งดำเนินการปรับเปลี่ยนทีมงานภายในทำเนียบขาว ตลอดจนทบทวนทิศทางนโยบายการบริหารประเทศหลายประการที่ถูกมองว่าเป็นต้นเหตุสำคัญของการพ่ายแพ้ โดยเฉพาะนโยบายการทำสงครามในอิหร่านและมาตรการภาษีศุลกากร
อย่างไรก็ดี ทางด้านประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงยืนยันว่าตนไม่ได้มองว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นความเสียหายต่อสถานะส่วนตัว ในขณะที่นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เริ่มแสดงท่าทีตีตัวออกห่างอย่างเห็นได้ชัด โดยระบุว่าสงครามอิหร่านเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรครีพับลิกันต้องสูญเสียคะแนนเสียง
รายงานข่าวระบุว่า ขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ภายในทำเนียบขาวตกอยู่ในภาวะตกต่ำลงอย่างมาก โดยหลายฝ่ายเริ่มเตรียมความพร้อมรับมือกับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างบุคลากร ตลอดจนรับมือกับการเปิดสอบสวนการทำงานของฝ่ายบริหารโดยพรรคเดโมแครต นอกจากนี้ บรรดาสมาชิกพรรครีพับลิกันยังได้แสดงความกังวลเพิ่มเติมว่า การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ให้ความสำคัญและทุ่มงบประมาณไปกับโครงการก่อสร้างและปรับปรุงทำเนียบขาวมากเกินไปในช่วงที่ผ่านมา ได้สร้างความไม่พอใจให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางส่วน
สำหรับผลการนับคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมล่าสุด พรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะด้วยการครอง 54 ที่นั่งในวุฒิสภา ขณะที่พรรครีพับลิกันได้ไป 44 ที่นั่ง ส่วนในสภาผู้แทนราษฎร พรรคเดโมแครตได้ไป 240 ที่นั่ง และพรรครีพับลิกันได้ไป 147 ที่นั่ง
ทางด้านปฏิกิริยาจากผู้นำนานาประเทศภายหลังผลการเลือกตั้งเป็นที่แน่ชัด นายกรัฐมนตรีเยอรมนีประเมินว่า ผลการเลือกตั้งดังกล่าวอาจไม่ได้ส่งผลให้แนวทางการบริหารประเทศของทรัมป์เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เนื่องจากที่ผ่านมาทรัมป์เน้นใช้อำนาจตามคำสั่งฝ่ายบริหารเป็นหลัก แต่การปรับเปลี่ยนงบประมาณและกรอบกองทัพอาจต้องใช้ระยะเวลา
ด้านประธานาธิบดีเม็กซิโกระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปผลกระทบต่อความสัมพันธ์และการเจรจาทางการค้าระหว่างสองประเทศ ส่วนนายกรัฐมนตรีอังกฤษเรียกร้องให้สหรัฐฯ ใช้โอกาสนี้ในการผลักดันการลดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยชี้ว่าการยุติสงครามอิหร่านคือปัจจัยสำคัญในการบรรเทาปัญหาค่าครองชีพและราคาพลังงานโลก
ขณะที่นายมอจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในของสหรัฐฯ ไม่ได้หมายความว่าท่าทีที่เป็นปฏิปักษ์ต่ออิหร่านจะเปลี่ยนไป พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ กำลังสูญเสียอำนาจทางทหารและอิทธิพลในเวทีระหว่างประเทศ ท่ามกลางความกังวลของประชาคมโลกต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
CR : AP




