ศาลอาญา อนุมัติหมายจับ "บุ๋ม ปนัดดา" และสามี "ก๊อต อธิป" หลังปอศ. นำหลักฐานจาก 15–17 บัญชี ย้อนหลังถึงปี 2558 ยื่นขอหมายจับ ด้าน ปปง. แจงหากศาลสั่งยึดทรัพย์จะนำมาเฉลี่ยคืนผู้บริจาค ขณะที่ "บุ๋ม ปนัดดา" เปิดใจผ่านรายการดัง ขอโทษกรรมการมูลนิธิฯ และขอรับผิดชอบคนเดียว นัดหมายตำรวจเข้าคุมตัวที่สำนักงานกฎหมายย่านรามอินทรา

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดี นางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ "บุ๋ม ปนัดดา"ที่เปิดบริจาคในชื่อ "มูลนิธิองค์กรทำดี"  โดยพลตำรวจตรี ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบัญชีธนาคารของมูลนิธิฯ ตลอดจนบัญชีส่วนตัวของ นางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ "บุ๋ม ปนัดดา" และ นายอธิป อนันทวรรณ หรือ "ก๊อต อธิป" ผู้เป็นสามี รวม 15-17 บัญชี โดยเป็นการตรวจสอบไล่ลำดับที่มาของทรัพย์สินย้อนหลังไปถึงปี 2558 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดรับบริจาค

ขณะเดียวกัน นายวิทยาพร จันทวาส รองโฆษกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยว่า ปปง. เตรียมรับสำนวนทรัพย์สินจาก ปอศ. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงิน โดยยืนยันว่า หากในท้ายที่สุดศาลมีคำสั่งยึดทรัพย์สิน ทรัพย์สินดังกล่าวจะไม่ตกเป็นของแผ่นดิน แต่ ปปง. จะนำมาจัดสรรเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้บริจาคตามสัดส่วนความเสียหาย ทั้งนี้ ผู้บริจาคสามารถยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานได้ภายใน 90 วัน นับตั้งแต่ ปปง. มีประกาศคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย ส่วนการแจ้งข้อหากระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์นั้น ต้องปรากฏพยานหลักฐานชัดเจนว่าผู้บริหารจัดการเงินมีพฤติการณ์เบียดบังนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

กระทั่งเมื่อเวลา 14.30 น. มีรายงานยืนยันด่วนที่สุดว่า ศาลอาญาได้อนุมัติออกหมายจับ นางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี (บุ๋ม ปนัดดา) และ นายอธิป อนันทวรรณ (ก๊อต อธิป) ในคดีมูลนิธิองค์กรทำดี ตามที่พนักงานสอบสวน บก.ปอศ. ได้ยื่นคำร้องต่อศาลภายหลังรวบรวมพยานหลักฐานคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 50 ถือเป็นผู้ต้องหาล็อตแรกจำนวน 2 ราย

ภายหลังจากศาลออกหมายจับ ทนายความของ น.ส.ปนัดดา ได้เปิดเผยผ่านรายการ "โหนกระแส" ว่า บุ๋ม ปนัดดา ยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและไม่มีความคิดที่จะหลบหนี โดยได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. เดินทางมารับตัว น.ส.ปนัดดา และสามี ได้ที่สำนักงานกฎหมาย ย่านรามอินทรา ขณะที่ บุ๋ม ปนัดดา ได้เปิดใจสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า "ขอโทษกรรมการมูลนิธิฯ ทุกคน ตนเองขอรับผิดคนเดียว" ก่อนเตรียมเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป