คลื่นยักษ์ทางการเมือง! ‘เดโมแครต’ พลิกล็อกกวาดชัยชนะถล่มทลาย ยึดครอง 2 สภาในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ 2026 คว้า 53 เก้าอี้วุฒิสภา และ 227 เก้าอี้สภาผู้แทนฯ ชิงพื้นที่มลรัฐฐานเสียงหลักของรีพับลิกัน ดันสภาคองเกรสยกระดับการตรวจสอบ-ถ่วงดุล ‘ทรัมป์’ เข้มข้นใน 2 ปีที่เหลือ

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานผลการลงคะแนนและการนับคะแนนการเลือกตั้งกลางเทอมของประเทศสหรัฐอเมริกา ประจำปี 2026 (พ.ศ. 2569) ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ปรากฏว่า พรรคเดโมแครต สามารถคว้าชัยชนะพลิกกลับมาครองเสียงข้างมากได้สำเร็จทั้งในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และวุฒิสภา ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองครั้งใหญ่ที่เกินความคาดหมายของบรรดานักวิเคราะห์

สำหรับการแข่งขันในระดับวุฒิสภา พรรคเดโมแครตสามารถคว้าที่นั่งไปได้ทั้งหมด 53 ที่นั่ง โดยสามารถเจาะพื้นที่และชิงเก้าอี้สำคัญมาจากพรรครีพับลิกันในมลรัฐที่เป็นฐานเสียงอนุรักษ์นิยมเดิม ได้แก่ เท็กซัส, เซาท์แคโรไลนา, ไอโอวา, แคนซัส, นอร์ทแคโรไลนา, เมน และโอไฮโอ ขณะที่ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคเดโมแครตคว้าที่นั่งไปแล้วอย่างน้อย 227 ที่นั่ง ซึ่งเกินครึ่งหนึ่งของสภา พลิกชนะในหลายเขตเลือกตั้งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยมีคะแนนนำในการเลือกตั้งใหญ่เมื่อปี 2567

'โอบามา' ชูชาวอเมริกันเลือกความสามัคคี – 'ทรัมป์' ลั่นพร้อมใช้วีโต้กฎหมายฝ่ายค้าน

ภายหลังการรับทราบผลการลงคะแนน อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้ออกมากระทำความเคารพและกล่าวยกย่องชัยชนะของพรรคเดโมแครต โดยระบุว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ประชาชนชาวอเมริกันส่วนใหญ่ต้องการวัฒนธรรมทางการเมืองที่สร้างความสามัคคี ลดความแตกแยก และต้องการผู้นำที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

ทางด้าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาแถลงยอมรับสภาพการณ์ทางการเมืองใหม่ โดยระบุว่า ตนมีแผนที่จะใช้อำนาจประธานาธิบดีในการใช้วีโต้ (Veto) เพื่อยับยั้งร่างกฎหมายใดๆ ที่ผ่านจากสภาคองเกรส หากเห็นว่ามีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะร่างกฎหมายที่เสนอหรือได้รับการสนับสนุนจากพรรคเดโมแครต

การคว้าชัยชนะของพรรคเดโมแครตในครั้งนี้ ส่งผลให้โครงสร้างการบริหารงานในกรุงวอชิงตันเข้าสู่ภาวะสภาแบ่งแยกอำนาจ แม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะยังคงดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศต่อไปจนครบวาระ แต่จะสูญเสียอำนาจการสนับสนุนจากฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งจะทำให้การผลักดันนโยบาย การผ่านงบประมาณแผ่นดิน รวมถึงการอนุมัติตำแหน่งบุคคลระดับสูงและผู้พิพากษาเป็นไปได้ยากลำบากขึ้น ทั้งนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่จะเข้ารับตำแหน่งและเริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการในวันที่ 3 มกราคม 2570

Credit : AP Photo/J. Scott Applewhite