ไทย-จีน ผนึกกำลังเข้ม! สกัดขบวนการหลอกลวงออนไลน์ทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยว เคลียร์ชัดต้องแก้ทั้งต้นทาง-ปลายทาง ด้านจีนเสนอตัวเป็นคนกลางหย่าศึกไทย-กัมพูชา ขณะไทยกางแผนจัดประชุมประเทศเพื่อนบ้านหนุนสันติภาพเมียนมาปีหน้า

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการหารือทวิภาคีกับ นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ระหว่างเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ กรอบความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้าง (MLC) ครั้งที่ 11 ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน โดยทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องในการยกระดับความร่วมมือเพื่อกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติและขบวนการหลอกลวงออนไลน์ (แก๊งคอลเซ็นเตอร์) ซึ่งเป็นปัญหาระดับภูมิภาคที่ต้องแก้ไขร่วมกันอย่างเข้มงวด

แจงเตือนภัยท่องเที่ยวจีน! มุ่งเป้าเฉพาะกลุ่มถูกหลอก ยันไทยยังปลอดภัย

ในประเด็นที่สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้ออกประกาศเตือนภัยการเดินทาง นายสีหศักดิ์ ได้ทำความเข้าใจกับฝ่ายจีนว่า ปัญหาความไม่ปลอดภัยดังกล่าวเกิดขึ้นจากขบวนการหลอกลวงที่มีคนสัญชาติจีนร่วมอยู่ด้วย และมีเป้าหมายเฉพาะกลุ่มคนที่ถูกหลอกลวงมาทำงานผิดกฎหมาย ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั่วไป

จึงได้ขอให้ทางการจีนสื่อสารความจริงข้อนี้แก่ประชาชนจีนอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวเกิดความตื่นตระหนกเกินจริง โดยย้ำว่าการแก้ไขปัญหานี้จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือบูรณาการร่วมกันทั้งจากประเทศต้นทางและปลายทาง

จีนเสนอตัวสื่อกลางไทย-กัมพูชา – ไทยกางแผนจัดถกสันติภาพเมียนมาปีหน้า

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือในประเด็นความมั่นคงระดับภูมิภาคที่สำคัญอีก 2 เรื่อง ได้แก่:

  • สถานการณ์ในเมียนมา: นายสีหศักดิ์ ได้แจ้งแนวคิดของไทยในการจัดประชุมกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกับเมียนมา (ไทย, อินเดีย, จีน) และสมาชิกอาเซียนบางประเทศในปี พ.ศ. 2570 (ค.ศ. 2027) เพื่อร่วมกันสนับสนุนกระบวนการเจรจาสันติภาพและการปรองดองภายในเมียนมาอย่างเป็นรูปธรรม

  • ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา: ฝ่ายจีนได้แสดงความพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นคนกลางและจัดหาสถานที่สำหรับการเจรจาหากทั้งสองประเทศต้องการ ซึ่งนายสีหศักดิ์ ได้ชี้แจงว่ากระบวนการต้องดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากพื้นที่ทางทะเลได้เข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับแล้ว ส่วนปัญหาทางบกต้องอาศัยมาตรการความมั่นคงชายแดนในภาพกว้าง โดยไทยพร้อมก้าวข้ามความขัดแย้งบนพื้นฐานของความเป็นจริง

ทั้งนี้ ทั้งสองประเทศยังได้ยืนยันจุดยืนร่วมกันในการสนับสนุนระเบียบโลกที่เคารพกฎกติกา และส่งเสริมบทบาทขององค์การสหประชาชาติ (UN) ในการรับมือกับความท้าทายระดับโลก ทั้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและอาชญากรรมข้ามชาติ