วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจร้านค้าบริเวณถนนชีท่าขอน เขตเทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น หลังมีกระแสข่าวเกี่ยวกับคำแนะนำของหลายประเทศให้ประชาชนเตรียมอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นไว้ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยระยะเวลาเตรียมสำรองแตกต่างกันตามแนวทางของแต่ละประเทศ ตั้งแต่ 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน ไปจนถึง 1–2 สัปดาห์
จากการสำรวจพบว่า บรรยากาศการค้าขายยังเป็นไปตามปกติ ประชาชนออกมาจับจ่ายซื้อสินค้าในปริมาณที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่พบการแห่ซื้ออาหาร น้ำดื่ม หรือสินค้าจำเป็นเพื่อกักตุนแต่อย่างใด
นายปรัชญา ราชเครือ เจ้าของร้านนิตยาค้าข้าว เปิดเผยว่า ขณะนี้ประชาชนในพื้นที่ยังไม่มีความตื่นตระหนกจากกระแสข่าวในต่างประเทศ ยอดจำหน่ายสินค้ายังคงเป็นปกติ ไม่มีลูกค้าซื้อสินค้าในปริมาณมากผิดสังเกต หรือเข้ามาสอบถามเกี่ยวกับการสำรองอาหารเพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน
ส่วนทางร้านยังคงสั่งสินค้ามาจำหน่ายตามปกติ โดยไม่ได้เพิ่มปริมาณสินค้าเพื่อรองรับการกักตุนจากกระแสข่าวดังกล่าว
นายปรัชญาระบุว่า ประชาชนบางส่วนยังไม่ทราบเรื่องคำแนะนำให้เตรียมสิ่งของจำเป็นในต่างประเทศ ขณะที่บางส่วนเห็นว่าควรรอข้อมูลและคำแนะนำอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลไทยก่อนตัดสินใจดำเนินการเพิ่มเติม
สำหรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ผู้ค้าระบุว่ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงผิดปกติ โดยเฉพาะไข่ไก่ที่ราคายังทรงตัว แม้บางขนาดจะมีปริมาณสินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการเป็นบางช่วง
อย่างไรก็ตาม ผู้ค้ามีความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มราคาข้าวสาร เนื่องจากโรงสีบางแห่งแจ้งเตรียมปรับราคาจำหน่าย โดยราคาข้าวหอมมะลิกระสอบขนาด 40 กิโลกรัม จากเดิมปีก่อนประมาณ 1,400 บาท ปรับมาอยู่ที่ 1,600 บาท ขณะที่ข้าวเหนียวจากประมาณ 1,050 บาท เป็น 1,200 บาท ทั้งนี้เป็นข้อมูลราคาจากร้านค้าที่ให้สัมภาษณ์ ไม่ใช่ราคาเฉลี่ยของทั้งจังหวัด
ด้านนายมานิต แก้วสกุล พ่อค้าในพื้นที่ กล่าวว่า ยังไม่ได้เตรียมกักตุนอาหารหรือน้ำดื่ม เนื่องจากรัฐบาลไทยยังไม่มีประกาศแจ้งเตือนให้ดำเนินการดังกล่าว โดยจะติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐเป็นหลัก และประเมินความจำเป็นอีกครั้งหากมีคำแนะนำเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้ชี้แจงเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ว่า ไม่ได้ออกประกาศแจ้งเตือนหรือขอให้ประชาชนสำรองอาหาร เวชภัณฑ์ และสิ่งของจำเป็นเป็นเวลา 72 ชั่วโมง เพื่อรับมือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางตามที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์
ทั้งนี้ คำแนะนำให้เตรียมสิ่งของจำเป็นสำหรับ 72 ชั่วโมงของหลายประเทศ เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉินทั่วไป เช่น ภัยธรรมชาติ เหตุไฟฟ้าดับ หรือการหยุดชะงักของบริการพื้นฐาน ไม่ได้หมายความว่าทุกประเทศกำลังประกาศภาวะสงคราม
สำหรับประเทศไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มีแนวทางแนะนำให้ประชาชนจัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินและสิ่งของจำเป็นสำหรับดูแลตนเองในช่วง 72 ชั่วโมงแรกหลังเกิดภัย เพื่อเพิ่มความพร้อมและลดผลกระทบระหว่างรอความช่วยเหลือ
ประชาชนจึงควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เตรียมสิ่งของจำเป็นตามความเหมาะสมของครอบครัว และหลีกเลี่ยงการซื้อสินค้ากักตุนเกินความจำเป็น







