อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวบริเวณ “เขาพะเนินทุ่ง” ประจำปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป หลังปิดพื้นที่ช่วงฤดูฝนเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติและระบบนิเวศเป็นเวลา 3 เดือน โดยนักท่องเที่ยวสามารถกลับมาสัมผัสอากาศเย็น ชมทะเลหมอก และศึกษาธรรมชาติของผืนป่าแก่งกระจานได้อีกครั้ง
นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ระบุว่า ทางอุทยานฯ เตรียมความพร้อมทั้งด้านสถานที่ ความปลอดภัย และการจัดระเบียบการเดินทาง เนื่องจากเส้นทางจากบ้านกร่างขึ้นเขาพะเนินทุ่งเป็นถนนดินลูกรัง มีความลาดชัน และบางช่วงเป็นเส้นทางแคบ จึงกำหนดการเดินรถแบบทางเดียวเป็นช่วงเวลา เพื่อลดความเสี่ยงในการสวนทางกันบนเส้นทาง


เวลารถขึ้นจากจุดบริการบ้านกร่าง รอบเช้า 05.30–07.30 น. และรอบบ่าย 13.00–15.00 น. ส่วน เวลารถลงจากเขาพะเนินทุ่ง รอบเช้า 09.00–10.00 น. และรอบเย็น 16.00–17.00 น.
อีกเงื่อนไขสำคัญคือ อุทยานฯ อนุญาตให้ใช้เฉพาะ รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ 4WD ที่มีสภาพพร้อมใช้งาน เท่านั้น ไม่อนุญาตรถเก๋ง รถตู้ หรือรถยนต์ขับเคลื่อน 2 ล้อทั่วไปขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เนื่องจากสภาพเส้นทางมีความลาดชันและเป็นทางลูกรัง
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่มีรถ 4WD สามารถใช้บริการรถรับจ้างของกลุ่มชุมชนท้องถิ่นบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งนอกจากช่วยเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางแล้ว ยังเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนรอบพื้นที่อนุรักษ์ด้วย


เขาพะเนินทุ่งรองรับทั้งนักท่องเที่ยวแบบ ไปเช้า–เย็นกลับ และผู้ที่ต้องการพักค้างแรมกางเต็นท์ โดยอุทยานฯ จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวตามขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ หรือ Carrying Capacity เพื่อป้องกันความแออัดและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศของผืนป่ามรดกโลก
พื้นที่บ้านกร่างและเขาพะเนินทุ่งจะปิดการท่องเที่ยวเป็นประจำทุกปีระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม–31 ตุลาคม เพื่อความปลอดภัยในช่วงฤดูฝนและเปิดโอกาสให้ธรรมชาติฟื้นตัว ก่อนกลับมาเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน
นอกจากทะเลหมอกแล้ว เส้นทางบ้านกร่าง–เขาพะเนินทุ่งยังเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ช่วงปี 2568–2569 อุทยานฯ มีรายงานพบเสือดาวและเสือดำ รวมถึงการขยายพันธุ์ของสัตว์ป่าในพื้นที่ สะท้อนความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ จึงขอให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฎ ไม่ส่งเสียงรบกวน ไม่ให้อาหารสัตว์ และขับรถด้วยความระมัดระวัง
นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางควรสำรองสิทธิ์ล่วงหน้า และตรวจสอบสภาพอากาศรวมถึงสถานการณ์เส้นทางก่อนออกเดินทาง




