“นายกฯ” ดันโมเดลปราบยาเสพติดครบวงจร เปิดโอกาสผู้หลงผิดคืนสู่สังคม

“นายกฯ” ลุยอุดรฯ ดันโมเดลปราบยาเสพติดครบวงจร ชูบำบัดฟื้นฟูควบคู่ปราบปราม เปิดโอกาสผู้หลงผิดคืนสู่สังคม

“อนุทิน” ตรวจศูนย์ฟื้นฟูฯ อุดรธานี เดินหน้า “อุดรโมเดล พลัส” ยกระดับแก้ปัญหายาเสพติดทั้งระบบ ย้ำปราบผู้ค้าต้องเด็ดขาด แต่ผู้เสพต้องได้รับโอกาสรักษาและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ผลักดันนโยบาย “1 อำเภอ 10 บำบัดฟื้นฟู” สร้างชุมชนปลอดภัยอย่างยั่งยืน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางตรวจเยี่ยมศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม จังหวัดอุดรธานี แห่งที่ 2 ณ ค่ายเสนีย์รณยุทธ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 24 เพื่อติดตามการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ภายใต้แนวทาง “อุดรโมเดล พลัส”

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยต้องดำเนินการทั้งสองด้านควบคู่กัน คือ ปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาด และบำบัดฟื้นฟูผู้เสพให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ

เนื่องจากปัญหายาเสพติดไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะผู้เสพ แต่ยังส่งผลกระทบต่อครอบครัว ชุมชน และความปลอดภัยของประชาชน การจับกุมผู้ค้าเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ หากไม่สามารถลดจำนวนผู้เสพและป้องกันการกลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำได้

สำหรับศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมจังหวัดอุดรธานี ถือเป็นกลไกสำคัญในการดูแลผู้ผ่านการบำบัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต การปรับพฤติกรรม ระเบียบวินัย ทักษะการดำรงชีวิต และการฝึกอาชีพ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนกลับคืนสู่ครอบครัวและชุมชน

นายกรัฐมนตรีระบุว่า หัวใจสำคัญของการฟื้นฟูไม่ใช่เพียงการรักษาให้เลิกยาเสพติด แต่ต้องทำให้ผู้ผ่านการบำบัดได้รับการยอมรับจากสังคม ไม่ถูกตีตราหรือผลักให้กลับไปอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมที่เสี่ยงต่อการเสพซ้ำ

พร้อมกำชับให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามดูแลผู้ผ่านการบำบัดอย่างใกล้ชิด ทั้งการรับประทานยา การพบแพทย์ การประกอบอาชีพ และการปรับตัวกลับเข้าสู่สังคม

ขณะเดียวกัน รัฐบาลเตรียมขยายแนวทาง “1 อำเภอ 10 บำบัดฟื้นฟู” โดยให้แต่ละพื้นที่พัฒนาระบบคัดกรอง ส่งต่อ รักษา ฟื้นฟู และติดตามผลอย่างครบวงจร ผ่านความร่วมมือของฝ่ายปกครอง ตำรวจ สาธารณสุข และภาคีเครือข่ายในชุมชน

นายกรัฐมนตรียังชื่นชมการนำพื้นที่ของตำรวจตระเวนชายแดนมาใช้ประโยชน์เป็นศูนย์ฟื้นฟู เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้หลงผิดได้รับการดูแลและพัฒนาตนเอง แทนการปล่อยให้กลับไปเป็นปัญหาสังคม โดยย้ำว่าผู้ที่ตั้งใจเปลี่ยนแปลงตนเองควรได้รับโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่

ในด้านการปราบปราม นายกรัฐมนตรีระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองยังคงเดินหน้าสกัดกั้นเครือข่ายยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยแต่ละปีสามารถตรวจยึดยาเสพติดคิดเป็นมูลค่านับแสนล้านบาท แม้ขบวนการค้ายาจะปรับเปลี่ยนเส้นทางลำเลียง แต่เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามจับกุมอย่างเต็มกำลัง

รัฐบาลจึงมุ่งลดทั้งการลำเลียงยาเสพติดและความต้องการใช้ยาในประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

นายกรัฐมนตรียืนยันว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อผลักดันเป้าหมายกำจัดขบวนการค้ายาเสพติดออกจากประเทศไทย พร้อมสร้างระบบฟื้นฟูที่เปิดโอกาสให้ผู้เคยหลงผิดกลับมาเป็นกำลังสำคัญของครอบครัวและสังคมอย่างยั่งยืน 

Article ImageArticle Image