ตำรวจน้ำประสานทหารเรือ บุกจับขบวนการขนอาวุธสงครามทางทะเล
”บิ๊กต่อ“แถลงตำรวจน้ำผนึกกำลังทัพเรือ บุกจับขบวนการขนอาวุธสงครามทางทะเล รวบ5 ผู้ต้องหา ยึดกระสุนปืนอาก้า กว่า 3 หมื่นนัด อาวุธและวัตถุต้องสงสัยอีกหลายรายการ กลางทะเลใกล้เกาะกูด ก่อนลำเลียงขึ้นฝั่งแม่น้ำเวฬุ จังหวัดตราด เร่งขยายผลตามล่าผู้บงการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
วันที่ 2 พ.ย.69 ที่ ห้องแถลงข่าว ชั้น 10 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.รน. , พ.ต.อ.สิงห์ไชย ฐานไชยสิทธิ์ ผกก.5 บก.รน. พ.ต.ต.พิทักษ์ กิตติ สว.ส.รน.5 กก.5 บก.รน., พล.ร.ต. ศิริพัฒน์ แพงพันธุ์ เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1
ร่วมกันแถลงผลการเปิดปฏิบัติการสกัดขบวนการขนอาวุธข้ามชาติทางทะเลจ.ตราด จับผู้ต้องหา 5 ราย ยึดเครื่องกระสุนปืนสงครามกว่า 3 หมื่นนัด หลังสืบสวนพบขบวนการลักลอบขนส่งอาวุธทางทะเล บริเวณแม่น้ำเวฬุ อ.เขาสมิง จ.ตราด
ปฏิบัติการดังกล่าวเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหา 5 ราย ประกอบด้วยนายสราวุธ อายุ 40 ปี คนคุมเรือ นายฉัตรชัย อายุ 48 ปี นายณรงค์ศักดิ์ อายุ 55 ปี นายสมส่วน อายุ 23 ปี และนายกิม ติน อายุ 40 ปี ชาวกัมพูชา
ยึดของกลางประกอบด้วย เครื่องกระสุนปืนอาก้า หรือ AK-47 ขนาด 7.62 มิลลิเมตร จำนวน 31,680 นัด บรรจุในกล่องเหล็ก 44 กล่อง กล่องละ 720 นัด ,เครื่องกระสุนปืนอาก้าอีก 200 นัด ,วัตถุต้องสงสัยคล้ายแท่งดินส่ง 3 แท่ง ,เรือยนต์สปีดโบ๊ตสีขาว ไม่มีชื่อและหมายเลขทะเบียน ติดตั้งเครื่องยนต์ฮอนด้าขนาด 115 แรงม้า 2 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจยึดอาวุธและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก เป็นกระสุนปืนอาก้า หรือ AK-47 ขนาด 7.62 มิลลิเมตร จำนวน 23,640 นัด และเครื่องกระสุนปืนกลขนาด 12.7 มิลลิเมตร 765 นัด
ได้มีการขยายผล เพราะคาดว่าผู้กระทำผิดจะมากระทำความผิดซ้ำ มีการแลกเปลี่ยนข่าวสารกันระหว่างฝ่ายปกครองในพื้นที่ กองทัพเรือ และตำรวจ จนพบว่าจะมีการลักลอบนำเรือสปีดโบ๊ตออกไปรับสิ่งของกลางทะเล บริเวณเกาะกูด จ.ตราด ก่อนลำเลียงสิ่งของดังกล่าวขึ้นฝั่งบริเวณแม่น้ำเวฬุ เป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด
ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเรือเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเวลาประมาณ 05.40 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ตรวจพบเรือสปีดโบ๊ตลำดังกล่าวแล่นกลับเข้ามาทางแม่น้ำเวฬุ แสดงตัวเข้าตรวจค้น พบกระสอบหลายกระสอบพันด้วยกระดาษกาว เปิดดูพบเครื่องกระสุนปืนอาก้าซุกซ่อนอยู่
จากการสอบปากคำนายสราวุธ คนคุมเรือ ให้การว่าได้รับการจ้างว่า 2 หมื่นบาท จากบุคคลที่ไม่ทราบชื่อและนามสกุล ผ่านช่องทางออนไลน์ ให้นำเรือไปรับคนชาวกัมพูชาและสิ่งของ ไม่ทราบว่าเป็นของอะไร จะมีเรือเพลายาววิ่งมาจากฝั่งกัมพูชาเพื่อนำคนและสิ่งของมาส่ง
ส่วนจุดนัดพบอยู่บริเวณกลางทะเลใกล้เกาะกูด จังหวัดตราด ภายในน่านน้ำไทย เมื่อรับคนและสิ่งของเรียบร้อยแล้ว ให้นำเรือไปจอดที่ท่าเรือธรรมชาติ ริมแม่น้ำเวฬุ อ.เขาสมิง จ.ตราด ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตรวจค้นจับกุมได้ในที่สุด
เบื้องต้นแจ้งข้อหานายสาาวุธ ร่วมกันมีเครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย , ร่วมกันครอบครองยุทธภัณฑ์ในความควบคุมประเภทอาวุธและเครื่องอุปกรณ์ของอาวุธที่ใช้ในการสงครามโดยไม่ได้รับอนุญาต ,
ใช้เรือที่มิได้รับใบอนุญาตใช้เรือ , ทำการในเรือในตำแหน่งที่กฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือกำหนดให้ต้องมีประกาศนียบัตรรับรองความรู้ความสามารถโดยมิได้รับประกาศนียบัตร ส่วนนายต่อ ฮัตตันถูกแจ่งข้อหา ร่วมกันมีเครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย , ร่วมกันครอบครองยุทธภัณฑ์ในความควบคุมประเภทอาวุธและเครื่องอุปกรณ์ของอาวุธที่ใช้ในการสงครามโดยไม่ได้รับอนุญาต และ เป็นบุคคลต่างด้าว เดินทางเข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรไม่ได้รับอนุญาต
นำตัวผู้ต้องหาและของกลางท้้งหมด ส่งกองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีและขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องในขบวนการ ทั้งผู้จัดหา ผู้ว่าจ้าง ผู้ลำเลียง และผู้รับปลายทางต่อไป
ด้าน พล.ร.ต.ศิริพัฒน์ แพงพันธุ์ เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างตำรวจน้ำ กรมข่าวทหารเรือ และเจ้าหน้าที่ข่าวทัพเรือภาคที่ 1 ในการรวบรวมข้อมูลและสืบสวน จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด
ทั้งนี้ กองทัพเรือมีความเข้มงวดในการตรวจสอบและปกป้องอธิปไตย รวมถึงป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกที่ติดกับประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะยังคงมีความขัดแย้งกันอยู่
ส่วนการขยายผลไปยังเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังนั้น จากการสืบสวนพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยในพื้นที่ภาคตะวันออก ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยเชื่อว่าการจับกุมผู้ต้องหากลุ่มนี้จะช่วยให้การสืบสวนขยายผลไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่นได้ แม้ก่อนหน้านี้พยานหลักฐานจะยังไม่เพียงพอที่จะดำเนินคดีก็ตาม
นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าเครือข่ายดังกล่าวอาจไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะการลักลอบขนอาวุธสงครามเท่านั้น แต่อาจเชื่อมโยงกับการลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมายประเภทอื่นด้วย โดยเบื้องต้นพบข้อมูลว่าผู้เกี่ยวข้องเป็นคนไทย และมีข้อสงสัยว่าอาวุธสงครามที่ลำเลียงผ่านชายฝั่งทะเล อาจใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางผ่านไปยังประเทศที่ 3 ทั้งในพื้นที่ทางตอนใต้และทางตะวันตกของประเทศไทย เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนและรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป
เบื้องต้น ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการร่วมกันมีเครื่องกระสุนปืนหรือวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ครอบครองได้โดยผิดกฎหมาย รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการครอบครองยุทธภัณฑ์ประเภทอาวุธและเครื่องอุปกรณ์ทางทหารโดยไม่ได้รับอนุญาต และความผิดตามกฎหมายคนเข้าเมืองในส่วนของผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป 







