"อนุทิน" โต้ "ณัฐพงษ์" ปมรัฐบาลไม่พร้อมซักฟอก ยืนยันเตรียมพร้อมเต็มที่แต่ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์เอง พร้อมแจงภาพคุย "สส.ไอเดีย" กลางสภา แค่สั่งการลงพื้นที่ดูแลประชาชน
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวฝ่ายค้านเตรียมแก้เกมรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงกรณีที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ออกมาระบุว่านายกรัฐมนตรีไม่มีความพร้อมในการรับฟังการอภิปราย
นายอนุทิน ยืนยันอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลไม่มีการเล่นเกมการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น และมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการให้ฝ่ายค้านอภิปรายตรวจสอบ รวมถึงพร้อมชี้แจงข้อสงสัยและข้อกล่าวหาต่าง ๆ อย่างตรงไปตรงมา โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้แจ้งความพร้อมในการเข้าสู่กระบวนการอภิปรายตั้งแต่วันที่ 27–29 ตุลาคม และตอบสนองต่อข้อเสนอของฝ่ายค้านมาโดยตลอด แต่ในการหารือเรื่องกรอบวันและเวลานั้น ฝ่ายค้านกลับเป็นฝ่ายเดินออกจากที่ประชุม ทั้งที่รัฐมนตรีทั้ง 18 คนและคณะรัฐมนตรีต่างก็เตรียมตัวพร้อมอยู่ในประเทศเพื่อรอการอภิปราย แต่สุดท้ายกลับไม่เกิดขึ้นตามกำหนด
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เมื่อฝ่ายค้านแจ้งกลับมาภายหลังว่าต้องการขออภิปรายในวันที่เร็วที่สุด ซึ่งตรงกับวันที่ 6 ธันวาคมเป็นต้นไป รัฐบาลก็แจ้งต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรตามขั้นตอนกระบวนการปกติ จึงไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลไม่พร้อม พร้อมฝากข้อคิดเห็นว่า ผู้นำฝ่ายค้านถือเป็นตำแหน่งสำคัญที่มีเกียรติและเทียบเท่ากับนายกรัฐมนตรี ควรที่จะมีข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนก่อนออกมาให้สัมภาษณ์ และควรมียุทธศาสตร์ตลอดจนวุฒิภาวะในการทำงานโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ
ส่วนกรณีพรรคกล้าธรรมขอจัดสรรเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเช่นเดียวกันนั้น นายอนุทินระบุว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยหรือหารือกันในรายละเอียด ขณะที่กระแสข่าวฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 อีกรอบ นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า ถือเป็นสิทธิของฝ่ายค้านที่สามารถดำเนินการได้ตามช่องทางสภา
นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังได้ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงกรณีที่มีภาพปรากฏนายกรัฐมนตรีพูดคุยกับ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ (สส.ไอเดีย) สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย กลางที่ประชุมสภา จนกลายเป็นประเด็นที่สังคมตั้งคำถาม โดยนายกรัฐมนตรีระบุด้วยรอยยิ้มว่า การพูดคุยกับลูกพรรคเป็นเรื่องปกติ ยืนยันว่าไม่ได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องคดีความใด ๆ แต่เป็นการสอบถามถึงการลงพื้นที่และการออกไปพบปะพี่น้องประชาชน เนื่องจากในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สิ่งที่เน้นย้ำและต้องการจาก สส. ของพรรคมาโดยตลอด คือการลงพื้นที่ดูแล รับฟัง และแก้ปัญหาให้แก่ชาวบ้านอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด




