วันที่ 28 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน B20 และ E20 ว่าอาจไม่ตอบโจทย์ประชาชนส่วนใหญ่ เนื่องจากเป็นน้ำมันที่มีผู้ใช้จำนวนไม่มาก ระบุว่า รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด โดยเฉพาะเกษตรกรและประชาชนในชนบท ซึ่งต้องแบกรับต้นทุนการประกอบอาชีพในทุกขั้นตอน และวิจารณ์นายกรณ์ว่าเป็นคนเมืองที่ไม่เข้าใจวิถีชีวิตเกษตรกรอย่างแท้จริง แม้เคยทำกิจกรรมด้านการเกษตรและจำหน่ายข้าวมาก่อน แต่แตกต่างจากเกษตรกรที่ต้องทำงานหนักและรับภาระต้นทุนการผลิตด้วยตนเอง
นายอนุทินอธิบายว่า การลดภาษี E20 และ B20 มีเป้าหมายช่วยลดต้นทุนพลังงานให้ประชาชนและภาคการขนส่ง พร้อมจูงใจให้หันมาใช้เชื้อเพลิงชีวภาพมากขึ้น เนื่องจากน้ำมันทั้งสองประเภทมีส่วนผสมของวัตถุดิบทางการเกษตร โดย E20 ใช้เอทานอลที่ผลิตจากอ้อยและมันสำปะหลัง ส่วน B20 มีส่วนผสมของไบโอดีเซลจากปาล์มน้ำมัน หากการใช้น้ำมันทั้งสองประเภทเพิ่มขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มความต้องการวัตถุดิบทางการเกษตร ซึ่งรัฐบาลคาดหวังว่าจะช่วยพยุงราคาผลผลิตและลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ
ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน E20 และ B20 เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2569 ถึง 27 มกราคม 2570 โดยมีรายละเอียดดังนี้
-น้ำมัน E20 ลดภาษีประมาณ 5.64 บาทต่อลิตร
-น้ำมัน B20 ลดภาษีประมาณ 5.52 บาทต่อลิตร
ภายหลังการปรับภาษีและอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ราคาขายปลีกน้ำมันทั้งสองประเภทปรับมาอยู่ที่ 33.50 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม ขณะที่น้ำมันชนิดอื่นยังคงราคาเดิม
แม้รัฐบาลคาดหวังว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นความต้องการสินค้าเกษตร แต่ผลต่อราคาผลผลิตและต้นทุนของประชาชนยังขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้น้ำมันจริง จำนวนสถานีบริการที่จำหน่าย และรถยนต์หรือเครื่องจักรที่สามารถใช้น้ำมันแต่ละประเภทได้
ทั้งนี้ รัฐบาลกำหนดใช้มาตรการเบื้องต้น 3 เดือน ก่อนประเมินผลอีกครั้ง โดยต้องติดตามว่าการใช้น้ำมัน E20–B20 จ




