ครม. เห็นชอบร่าง “ปฏิญญากรุงเทพด้านอวกาศ” ผสาน AI–ข้อมูลดาวเทียม รับมือภัยพิบัติและหนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

รัฐบาลเดินหน้าผลักดันความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับภูมิภาค หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 มีมติเห็นชอบร่างปฏิญญากรุงเทพระดับรัฐมนตรีว่าด้วยการใช้ประโยชน์จากอวกาศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก หรือ Bangkok Ministerial Declaration on Space Applications for Sustainable Development in Asia and the Pacific ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เสนอ

ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม. ยังเห็นชอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย เข้าร่วมรับรองปฏิญญาดังกล่าวในการประชุมระดับรัฐมนตรีสมัยที่ 5 ระหว่างวันที่ 28–29 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร

สาระสำคัญของร่างปฏิญญากรุงเทพ คือการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) เพื่อส่งเสริมการนำเทคโนโลยีอวกาศ ข้อมูลจากดาวเทียม และเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ มาใช้ร่วมกับนวัตกรรมสมัยใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)

เป้าหมายสำคัญคือการนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของภาครัฐ ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการรับมือภัยพิบัติ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การวางแผนภาคการเกษตร และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า เทคโนโลยีอวกาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวประชาชน เพราะข้อมูลจากดาวเทียมสามารถนำมาใช้ติดตามสถานการณ์และช่วยวางแผนรับมือปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้ ตั้งแต่การเฝ้าระวังน้ำท่วม การติดตามภัยแล้ง ไปจนถึงการวางแผนเพาะปลูกและการบริหารทรัพยากรให้มีความแม่นยำมากขึ้น

การใช้ข้อมูลจากอวกาศร่วมกับ AI และ Big Data มีศักยภาพช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมองเห็นสถานการณ์ในพื้นที่ได้ครอบคลุมขึ้น และนำข้อมูลไปประกอบการวางแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในด้านการรับมือภัยพิบัติ ข้อมูลดาวเทียมและภูมิสารสนเทศสามารถนำมาใช้ติดตามพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม สังเกตการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ และสนับสนุนการประเมินสถานการณ์ภัยแล้ง ส่วนภาคเกษตรกรรมสามารถใช้ข้อมูลเพื่อประกอบการวางแผนเพาะปลูกและติดตามสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการผลิต

ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีดังกล่าวยังมีบทบาทในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและติดตามผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกต้องเผชิญร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดยังต้องอาศัยข้อมูลที่มีคุณภาพ บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อมูลสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม

นอกจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาในภูมิภาคแล้ว ร่างปฏิญญากรุงเทพยังให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และการสร้างความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมระหว่างประเทศ

แนวทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ประเทศไทยเข้าถึงองค์ความรู้และประสบการณ์จากประเทศสมาชิก ก่อนนำมาประยุกต์ใช้และต่อยอดให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ความร่วมมือในระดับภูมิภาคจึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีของไทย พร้อมสนับสนุนการใช้ข้อมูลและนวัตกรรมเพื่อรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนมากขึ้นในอนาคต

รัฐบาลระบุด้วยว่า ร่างปฏิญญากรุงเทพฉบับนี้เป็นการแสดงเจตนารมณ์และส่งเสริมความร่วมมือเชิงนโยบายระหว่างประเทศ ไม่ใช่สนธิสัญญาหรือข้อตกลงที่ก่อให้เกิดพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เข้าข่ายหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

การเห็นชอบของ ครม. ในครั้งนี้จึงเป็นการสนับสนุนกรอบความร่วมมือด้านการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยประเทศไทยเตรียมเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีในวันที่ 28–29 ตุลาคม 2569 ที่กรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมผลักดันความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกต่อไป