“อนุทิน” ตอบปมฟ้อง “รักชนก” แชร์สลิปปลอมค่าน้ำชา 7 ล้าน ย้ำเป็นสิทธิส่วนตัว ลั่นหากเดินหน้าต้องทำเต็มที่
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการดำเนินคดีกับ นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หลังมีประเด็นการแชร์โพสต์เกี่ยวกับสลิปปลอมที่ถูกระบุว่าเป็นสลิปค่าน้ำชามูลค่า 7 ล้านบาท ว่า การตัดสินใจดำเนินคดีเป็นสิทธิส่วนตัวของตน พร้อมทิ้งท้ายว่า “เดี๋ยวก็รู้เอง”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการดำเนินคดีกับนางสาวรักชนก หลังแชร์โพสต์ดังกล่าว นายอนุทินไม่ได้คำตอบว่าจะฟ้องร้องหรือไม่ แต่ระบุว่าเป็นสิทธิของตน และไม่จำเป็นต้องสงวนสิทธิ์ในเรื่องนี้
นายกรัฐมนตรีย้ำด้วยว่า หากตัดสินใจดำเนินการ ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของตนในฐานะผู้ที่เห็นว่าตนถูกหมิ่นประมาท ไม่ใช่เรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน พร้อมกล่าวว่า หากดำเนินคดีจะไม่ทำเพื่อเตือนว่าไม่ควรทำเช่นนี้อีก แต่จะดำเนินการอย่างเต็มที่
ส่วนกรณีผู้โพสต์ข้อความต้นทาง นายอนุทินกล่าวว่า เท่าที่ทราบ บุคคลดังกล่าวอยู่บริเวณจังหวัดชลบุรี เมื่อถามถึงข้อสังเกตจากฝ่ายค้านที่ต้องการให้การตรวจสอบกรณีอื่น ๆ ดำเนินไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน นายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้กำชับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัดการทำงานเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า กรณีนี้มีหลักฐานที่ชัดเจน โดยโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่และมีผู้บันทึกภาพไว้ แม้ผู้โพสต์จะลบข้อความ แต่ยังอาจมีร่องรอยหลักฐานหลงเหลืออยู่ จึงทำให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการตามพยานหลักฐานได้
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คดีที่ต้องอาศัยการสอบปากคำบุคคลหลายฝ่าย หรือมีข้อมูลที่ยังไม่ชัดเจน จำเป็นต้องผ่านกระบวนการสืบสวนสอบสวนจนกว่าจะพบหลักฐานเพียงพอสำหรับดำเนินคดี หากหลักฐานครบถ้วนก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยไม่ละเว้นผู้เกี่ยวข้อง
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีรายงานเรื่องคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือคดีอื่นที่เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ นายอนุทินระบุว่าไม่ได้ลงรายละเอียดในประเด็นเหล่านั้น และขอพูดเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตนเอง
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงข้อสงสัยว่าเหตุใดเรื่องนี้จึงถูกนำมาเผยแพร่ในช่วงเวลานี้ โดยมองว่ารัฐบาลมีผลงานหลายด้านและมีปัจจัยเชิงบวกที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ พร้อมระบุว่า รัฐบาลจะชี้แจงผลงานให้ครบถ้วนในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และหากมีประเด็นใดที่ต้องการคำอธิบาย ก็สามารถสอบถามรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้




