วันที่ 22 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.30 น. ของคืนวันที่ 21 ตุลาคม ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิด น.ส.สุภานันท์ ปัญญาทิพย์ สส.เชียงใหม่ เขต 6 พรรคกล้าธรรม

ภายในงานมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา รองหัวหน้าพรรคและ สส.ราชบุรี นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ นายอัครา พรหมเผ่า สส.พะเยา นายอรรถกร ศิริลัทยากร สส.ฉะเชิงเทรา นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา รวมถึง สส.พรรคกล้าธรรมอีกหลายคนร่วมอวยพรและถ่ายภาพหมู่

บรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นกันเอง โดยนายกรัฐมนตรีปรากฏภาพร่วมกับแกนนำและสมาชิกพรรคกล้าธรรม ท่ามกลางความสนใจต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองพรรคการเมือง

ปรากฏภาพร่วม “ธรรมนัส” อีกครั้ง หลังดินเนอร์ร้านอาหารอินเดีย

การพบกันครั้งนี้ได้รับความสนใจ เนื่องจากก่อนหน้านี้เพจเฟซบุ๊กของร้านอาหารอินเดีย Punjab Grill Bangkok ได้เผยแพร่ภาพนายอนุทินร่วมรับประทานอาหารกับ ร.อ.ธรรมนัส และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย

ภาพดังกล่าวทำให้เกิดกระแสจับตาความสัมพันธ์ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม โดยเฉพาะความเป็นไปได้ที่พรรคกล้าธรรมอาจเข้าร่วมรัฐบาลภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

อย่างไรก็ตาม นายอนุทินเคยชี้แจงเรื่องการร่วมรับประทานอาหารกับ ร.อ.ธรรมนัส ว่า ทั้งสองคนเป็นเพื่อนกันมานาน และต้องแยกเรื่องมิตรภาพส่วนตัวออกจากเรื่องการเมือง

จับตาท่าทีกล้าธรรมหลังศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลและฝ่ายค้านเตรียมหารือกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยรัฐบาลเสนอช่วงวันที่ 27–29 ตุลาคม และลงมติวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ซึ่งยังต้องรอข้อสรุปจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล รวมถึงกระแสควบรวมพรรคกล้าธรรมกับพรรคภูมิใจไทย แต่นายอนุทินยังไม่ให้คำตอบที่ชัดเจน โดยระบุให้รอเหตุการณ์และผลการลงมติก่อน

สำหรับภาพร่วมงานวันเกิด สส.พรรคกล้าธรรมครั้งล่าสุด แม้จะสะท้อนการพบปะกันระหว่างแกนนำสองพรรค แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล การแบ่งโควตารัฐมนตรี หรือข้อตกลงทางการเมืองใด ๆ

จึงต้องติดตามท่าทีของพรรคกล้าธรรมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงความเคลื่อนไหวของทั้งสองพรรคภายหลังการลงมติในสภาต่อไป

Article Image