Universal Music Southeast Asia (UM SEA) ภายใต้ Universal Music Group ประกาศเซ็นสัญญากับ Jeff Satur (เจฟ ซาเตอร์) ศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ และนักแสดงชาวไทย เดินหน้าขยายผลงานและฐานแฟนเพลงในระดับสากล พร้อมวางแผนปล่อยอัลบั้มชุดใหม่ คอนเสิร์ตระดับสเตเดียม และเวิลด์ทัวร์ในช่วงปี 2027–2028

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานเครือข่ายธุรกิจดนตรีระดับโลกของ Universal Music Group เข้ากับศักยภาพของ Jeff Satur ซึ่งมีฐานผู้ฟังเติบโตต่อเนื่องทั้งในเอเชีย สหรัฐอเมริกา และละตินอเมริกา

ปัจจุบันผลงานของ Jeff Satur มียอดสตรีมรวมทุกแพลตฟอร์มมากกว่า 2 พันล้านครั้งทั่วโลก จากเพลงที่ได้รับความนิยม เช่น “ลืมไปแล้วว่าลืมยังไง (Fade)”, “ซ่อน(ไม่)หา (Ghost)”, “Dum Dum”, “แค่เงา (Hide)” และ “Black Tie”

โดย “ซ่อน(ไม่)หา (Ghost)” ยังได้รับการยอมรับในปี 2024 จากทั้ง IFPI Thailand และ Spotify Thailand ตอกย้ำความนิยมของผลงานภาษาไทยในกลุ่มผู้ฟังวงกว้าง

ความนิยมในต่างประเทศของ Jeff Satur เห็นได้ชัดจาก Red Giant Tour 2025 ซึ่งเดินทางแสดงในหลายประเทศ ทั้งสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน บราซิล ชิลี เม็กซิโก และเปรู

ส่วนการแสดงที่อิมแพ็ค อารีน่า ประเทศไทย สามารถจำหน่ายบัตรหมดทั้งสองรอบ

ในปี 2026 เจฟยังสร้างหมุดหมายใหม่ด้วยการเป็นศิลปินไทยคนแรกที่เข้าร่วมพูดคุยและแสดงในงาน Global Spin Live ที่ GRAMMY Museum นครลอสแอนเจลิส รวมถึงร่วมแสดงในรายการ Good Day New York ทางสถานี WNYW FOX 5 ในนครนิวยอร์ก

รูปภาพบทความ

หลังเซ็นสัญญากับ UM SEA แผนงานต่อไปของ Jeff Satur คือการปล่อย สตูดิโออัลบั้มชุดที่ 2 ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2027 ก่อนต่อยอดสู่ คอนเสิร์ตเดี่ยวระดับสเตเดียมครั้งแรกในประเทศไทย

จากนั้นเตรียมเดินสาย เวิลด์ทัวร์ช่วงปลายปี 2027 ต่อเนื่องถึงปี 2028 ซึ่งจะเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายเส้นทางอาชีพจากศิลปินไทยสู่ตลาดดนตรีระดับนานาชาติ

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ UM SEA จะสนับสนุน Jeff Satur ในหลายด้าน ทั้งการพัฒนาผลงานเพลง การวางทิศทางศิลปิน การตลาดและการสื่อสาร การขยายฐานผู้ฟัง เวิลด์ทัวร์ โอกาสทางธุรกิจ ตลอดจนการเชื่อมโยงกับโปรดิวเซอร์และศิลปินระดับโลก

Jeff Satur กล่าวถึงการร่วมงานครั้งนี้ว่า สิ่งสำคัญในเส้นทางศิลปินคือการได้ทำงานกับพาร์ตเนอร์ที่เข้าใจแนวคิดและช่วยผลักดันไอเดียให้เกิดขึ้นจริง โดยยังรักษาเอกลักษณ์ของศิลปินเอาไว้ พร้อมมองว่าดนตรีเป็นภาษาสากลที่สามารถเชื่อมผู้คนได้โดยไร้พรมแดน

ด้าน Adam Granite ผู้บริหารของ Universal Music Group ระบุว่า Jeff Satur มีทั้งความคิดสร้างสรรค์และเสน่ห์ที่สามารถเข้าถึงผู้ฟังระดับนานาชาติ และสะท้อนศักยภาพของดนตรีไทยที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในตลาดโลก

ขณะที่ Calvin Wong ผู้บริหาร Universal Music ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี มองว่า Jeff Satur เป็นหนึ่งในศิลปินไทยที่มีเอกลักษณ์และมีฐานแฟนแข็งแรงในหลายประเทศ พร้อมเชื่อว่าเครือข่ายของ UMG จะช่วยต่อยอดผลงานให้เข้าถึงผู้ฟังได้กว้างขึ้น

นอกจากงานเพลง Jeff Satur ยังมีผลงานการแสดงที่เป็นที่รู้จักจากบท “คิม” ใน KinnPorsche The Series พร้อมแต่งและร้องเพลงประกอบ “แค่เธอ (Why Don’t You Stay)”

ต่อมาได้รับบท “ทองคำ” ในภาพยนตร์ วิมานหนาม (The Paradise of Thorns) พร้อมเขียนและร้องเพลง “เหมือนวิวาห์ (Rain Wedding)” ซึ่งนำไปสู่รางวัลและการเสนอชื่อในหลายเวที รวมถึงรางวัลด้านการแสดงและเพลงประกอบภาพยนตร์

อีกด้านหนึ่ง เจฟยังมีบทบาทในอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลก ในฐานะ Brand Ambassador ของ Valentino และ Cartier และปรากฏตัวในงานแฟชั่นระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

การเซ็นสัญญากับ Universal Music Southeast Asia ครั้งนี้ จึงเป็นอีกหมุดหมายสำคัญของ Jeff Satur ในการขยายเส้นทางจากศิลปินไทยที่มีฐานแฟนระดับนานาชาติ ไปสู่การทำงานในระบบอุตสาหกรรมดนตรีโลกอย่างเต็มรูปแบบ