วันที่ 18 ต.ค.69 ตำรวจ สน.ปทุมวัน ช่วยเหลือนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง หลังตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นตำรวจ หลอกว่าพัวพันคดีฟอกเงิน ก่อนให้โอนเงิน 36,000 บาท และสั่งแยกตัวไปเช่าห้องพัก จัดฉากเสมือนถูกทำร้าย หวังเรียกเงินจากผู้ปกครองอีก 200,000–300,000 บาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน เข้าช่วยเหลือนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านปทุมวัน หลังได้รับแจ้งจากผู้ปกครองว่าบุตรหลานหายออกจากที่พัก มีพฤติการณ์เสี่ยงทำร้ายตัวเอง และไม่สามารถติดต่อได้ตามปกติ
จากการสืบสวนติดตาม เจ้าหน้าที่พบตัวนักศึกษาที่ห้องพักรายวันภายในซอยศาสนา ย่านพญาไท กรุงเทพมหานคร โดยขณะเข้าช่วยเหลือ ผู้เสียหายยังอยู่ระหว่างสนทนาทางโทรศัพท์กับกลุ่มมิจฉาชีพ เมื่อคนร้ายทราบว่าตำรวจเข้าถึงตัวผู้เสียหายแล้ว จึงรีบตัดสายและยุติการติดต่อทันที
จากการสอบถามผู้เสียหายทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีบุคคลโทรศัพท์มาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ แจ้งว่ามีผู้นำข้อมูลบัตรประชาชนไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับการหลอกลวงและฟอกเงิน
คนร้ายสามารถบอกเลขบัตรประชาชน 13 หลักของผู้เสียหายได้ถูกต้อง ทำให้หลงเชื่อ ก่อนโอนสายให้บุคคลที่แอบอ้างเป็นตำรวจต่างจังหวัด และสั่งให้ติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ในห้องสนทนาชื่อ “ห้องสอบสวน”
จากนั้นกลุ่มคนร้ายข่มขู่และกดดันให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและแสดงความบริสุทธิ์ใจ ผู้เสียหายจึงโอนเงินไปทั้งหมด 36,000 บาท หลังได้เงิน คนร้ายสั่งให้นักศึกษาออกจากที่พักเดิมไปเช่าห้องพักรายวัน พร้อมเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์เพื่อไม่ให้ครอบครัวหรือคนใกล้ชิดติดต่อได้

นอกจากนี้ ยังหลอกขอรหัสยืนยันการเข้าสู่ระบบ LINE จนสามารถเข้าควบคุมบัญชีของผู้เสียหาย และใช้เป็นช่องทางติดต่อหลอกลวงครอบครัวเพิ่มเติม เมื่อทราบว่าผู้เสียหายไม่มีเงินเหลือ กลุ่มคนร้ายจึงเปลี่ยนแผน สั่งให้นักศึกษาติดต่อพ่อแม่ โดยอ้างว่าได้รับทุนการศึกษาไปเรียนต่อต่างประเทศ และต้องใช้เงินประมาณ 200,000–300,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับทุนดังกล่าว
กลุ่มมิจฉาชีพยังสั่งให้ผู้เสียหายจัดฉากเสมือนถูกทำร้ายและกักขัง โดยใช้น้ำหวานสีแดงผสมกาแฟทาบริเวณร่างกายและผนังห้องให้คล้ายคราบเลือด เพื่อสร้างความหวาดกลัวและกดดันให้ผู้ปกครองยอมโอนเงินเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองเกิดความสงสัยเรื่องทุนการศึกษา จึงประสานอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเพื่อตรวจสอบ ก่อนทราบว่าไม่มีทุนการศึกษาตามที่กล่าวอ้าง จึงรีบแจ้งตำรวจให้ติดตามช่วยเหลือจนพบตัวนักศึกษาอย่างปลอดภัย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการตำรวจนครบาล เตือนประชาชน โดยเฉพาะนักศึกษาและผู้ปกครอง ให้ระวังกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ กล่าวหาว่าพัวพันคดีอาญาหรือฟอกเงิน ก่อนหลอกให้โอนเงินและควบคุมการติดต่อกับครอบครัว
หากได้รับโทรศัพท์ลักษณะดังกล่าว ให้ตัดสายทันที ไม่โอนเงิน ไม่เปิดเผยรหัส OTP หรือรหัสยืนยันบัญชีออนไลน์ และตรวจสอบข้อเท็จจริงผ่านหน่วยงานราชการโดยตรง




