รัฐบาล อัปเดตสถานการณ์น้ำคลี่คลายหลังลดระบายเจ้าพระยา! เตือนภาคใต้รับมือฝนตกหนัก เร่งอัดฉีดเยียวยา-สินเชื่อฟื้นฟูอาชีพ 0% ล่าสุด โอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย 9,000 บาท ครั้งที่ 5 กว่า 5 หมื่นครัวเรือน พร้อมเปิดซอฟต์โลนซ่อมบ้าน-ทำทุนสูงสุด 3 แสนบาท ฟรีดอกเบี้ย 3 เดือนแรก

 

วันที่ 12 ตุลาคม 2569  ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC) ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์บริเวณประตูระบายน้ำคลอง 12 ว่า รัฐบาลได้สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่ร่วมบริหารจัดการน้ำในทุกพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว พร้อมระบุว่า หลายพื้นที่เริ่มคลี่หลาย หลังระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาลดลง ในช่วงวันที่ 14–15 ต.ค มีแนวโน้มฝนตกหนักบริเวณจังหวัดอุทัยธานี ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และภาคใต้ คาดว่าปริมาณฝนจะไม่มากเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ วันที่ 16–18 ต.ค. ฝนจะเคลื่อนลงไปยังพื้นที่ภาคใต้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน จังหวัดที่อาจมีฝนตกหนัก ได้แก่ กระบี่ พังงา ระนอง ตรัง รวมถึงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ด้านการช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ดำเนินการควบคู่กันในหลายส่วน โดยส่วนที่ 1 จังหวัดที่ใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตามระเบียบกระทรวงการคลังแล้ว 7 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ลำปาง น่าน นครพนม แม่ฮ่องสอน นครนายก และนครสวรรค์ โดยส่วนใหญ่เป็นการช่วยเหลือด้านการดำรงชีพของประชาชน ส่วนที่ 2 เป็นเงินช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรีสำหรับผู้ประสบภัยในช่วงฤดูฝนปี 2569 หรือเงินเยียวยา 9,000 บาทและ 5,000 บาท ปภ. ได้รับข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบและรับรองแล้ว 163,980 ครัวเรือน โดยโอนเงินสำเร็จแล้ว 111,004 ครัวเรือน สำหรับการโอนเงินเยียวยาล่าสุด ครอบคลุมกรุงเทพมหานคร ชลบุรี จันทบุรี ฉะเชิงเทรา พิจิตร และนครปฐม รวม 36,463 ครัวเรือน
สำหรับวันที่ 12 ต.ค. 2569 เป็นการโอนครั้งที่ 5 มีแผนโอนเงินเยียวยาให้ประชาชน 50,718 ครัวเรือน ขณะที่ยังมีข้อมูลประมาณ 2,258 ครัวเรือนที่ไม่สามารถโอนเงินได้ เนื่องจากไม่พบการผูกบัญชีกับเลขประจำตัวประชาชน/promptpay หรือใช้ชื่อบุคคลที่เสียชีวิตแล้วในการลงทะเบียน ทั้งนี้ ปภ. จะส่งข้อมูลกลับไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสำนักงานเขตของกรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบรายชื่อ ก่อนส่งกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอีกครั้ง เพื่อให้การจ่ายเงินเยียวยามีความคืบหน้าโดยเร็ว กระบวนการดำเนินงานเริ่มจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอ จังหวัด และสำนักงานเขต ตรวจสอบและคัดกรองข้อมูล ก่อนส่งให้ ปภ. ซึ่งจะส่งข้อมูลให้ธนาคารออมสิน จากนั้นธนาคารจะตรวจสอบความถูกต้องและหลักเกณฑ์การรับสิทธิ ก่อนทยอยโอนเงินเข้าบัญชีประชาชน โดยการโอนเงินในวันที่ 12 ต.ค. 69 เป็นต้นไป ในจังหวัดที่แจ้งไว้
นอกจากนี้ รัฐบาลมีมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูอาชีพสำหรับผู้ค้ารายย่อย วงเงินสูงสุด 300,000 บาทต่อราย เพื่อให้ประชาชนนำเงินไปซ่อมแซมอุปกรณ์ ซื้อสินค้าเข้าร้าน และใช้เป็นทุนหมุนเวียนสำหรับกลับมาประกอบอาชีพอีกครั้ง โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ในช่วง 3 เดือนแรก
.