ตลาดแรงงานไทยส่งสัญญาณน่าห่วง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยยอดผู้ว่างงานไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 10% แตะ 401,000 คน สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส โดยกลุ่มอายุ 20–24 ปี มีสัดส่วนผู้ว่างงานสูงถึง 44% สะท้อนปัญหาทักษะไม่ตรงความต้องการของนายจ้าง ขณะที่ภาคธุรกิจเร่งปรับตัวรับเทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติ
วันที่ 12 ตุลาคม 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเปิดเผยผลวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดแรงงานไทย พบว่า แนวโน้มการว่างงานยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตา โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาและกำลังเข้าสู่ตลาดแรงงาน
ข้อมูลไตรมาส 2 ปี 2569 ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้ว่างงานประมาณ 401,000 คน เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2567 ที่จำนวนผู้ว่างงานเคยสูงกว่า 400,000 คน
ประเด็นสำคัญอยู่ที่กลุ่มคนอายุ 20–24 ปี ซึ่งมีผู้ว่างงานประมาณ 174,000 คน หรือคิดเป็น 44% ของผู้ว่างงานทั้งหมด สะท้อนความยากลำบากของคนรุ่นใหม่ในการเริ่มต้นชีวิตการทำงาน แม้จะสำเร็จการศึกษาแล้วก็ตาม
เปิดปมเด็กจบใหม่ตกงาน ทำไมเรียนจบแล้วหางานยาก?
หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุ คือ ปัญหาความไม่สอดคล้องระหว่างทักษะของแรงงานกับความต้องการของตลาด หรือ Skills Mismatch
แม้หลายอุตสาหกรรมยังมีความต้องการบุคลากรจำนวนมาก แต่คุณสมบัติและความเชี่ยวชาญของผู้สมัครงานกลับไม่ตรงกับตำแหน่งที่เปิดรับ ส่งผลให้เกิดสถานการณ์ที่ผู้สมัครจำนวนหนึ่งหางานไม่ได้ ขณะที่ผู้ประกอบการบางธุรกิจกลับขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะเฉพาะทาง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ในช่วงปี 2568–2572 ประเทศไทยจะมีความต้องการแรงงานทักษะสูงเพิ่มเติมประมาณ 1.1 ล้านตำแหน่ง เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะ 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและหุ่นยนต์อุตสาหกรรม รวมถึงอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งมีความต้องการแรงงานรวมกันมากกว่า 69% ของความต้องการดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม การผลิตบุคลากรของไทยยังไม่สอดคล้องกับทิศทางนี้ โดยผู้สำเร็จการศึกษามากกว่า 60% อยู่ในกลุ่มสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ขณะที่สัดส่วนผู้สำเร็จการศึกษาในกลุ่ม STEM หรือวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ กลับปรับลดลงจาก 23.2% ในปี 2563 เหลือ 22.3% ในปี 2568
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความจำเป็นในการพัฒนาหลักสูตรและทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจมากขึ้น โดยไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้สำเร็จการศึกษา แต่ต้องคำนึงถึงทักษะที่สามารถนำไปใช้ทำงานได้จริงด้วย
จับตา 3 ความเสี่ยง กดดันตลาดแรงงานไทยในอนาคต
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังระบุถึง 3 ปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อโอกาสการจ้างงานของคนไทยในระยะข้างหน้า
1.ความไม่สอดคล้องของทักษะแรงงาน (Skills Mismatch) ยังมีอยู่ ทำให้แรงงานต้องเร่งพัฒนาทักษะใหม่ๆ ที่ตลาดต้องการในอนาคต เช่น ด้านเทคโนโลยี และสุขภาพ เป็นต้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมเป้าหมาย และสังคมสูงวัยขั้นสุดยอด
2. เศรษฐกิจฟื้นตัวไม่เท่ากัน ธุรกิจชะลอการจ้างงาน
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในลักษณะ K-shaped หรือการเติบโตที่แตกต่างกันระหว่างกลุ่มธุรกิจ ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความสามารถในการขยายกิจการและจ้างแรงงานไม่เท่ากัน
ขณะเดียวกัน กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังเปราะบาง ต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่อยู่ในระดับสูง และการแข่งขันที่รุนแรง ล้วนเป็นปัจจัยจำกัดการสร้างรายได้และการเปิดรับพนักงานใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจที่ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้เต็มที่
3. AI และระบบอัตโนมัติเปลี่ยนรูปแบบการจ้างงาน
อีกหนึ่งความท้าทายที่ต้องจับตา คือ การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติมาใช้ในกระบวนการทำงานเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้งานบางประเภทมีความต้องการแรงงานลดลง โดยเฉพาะงานที่มีลักษณะซ้ำเดิมและสามารถใช้เทคโนโลยีทดแทนได้
กลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบ ได้แก่ แรงงานทักษะต่ำและคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงาน เนื่องจากยังมีประสบการณ์ทำงานจำกัด
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยียังเป็นปัจจัยที่สร้างความต้องการแรงงานทักษะใหม่ด้วย ภาคธุรกิจจึงต้องบริหารการใช้เทคโนโลยีควบคู่กับการพัฒนาบุคลากร เพื่อให้สามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสม
ทางรอดแรงงานไทย ต้องเร่งปรับทักษะให้ทันโลก
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า การมีวุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการแข่งขันในตลาดแรงงานยุคใหม่ ผู้ที่กำลังศึกษา ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ และผู้ที่อยู่ระหว่างหางาน จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะที่ตอบโจทย์อาชีพมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันลดช่องว่างระหว่างทักษะของผู้สำเร็จการศึกษากับความต้องการจ้างงาน โดยเฉพาะการเพิ่มโอกาสฝึกประสบการณ์จริง การเรียนรู้เทคโนโลยี และการพัฒนาทักษะใหม่ตลอดช่วงชีวิตการทำงาน
โจทย์สำคัญของตลาดแรงงานไทยจึงไม่ใช่เพียงการสร้างตำแหน่งงานให้เพียงพอ แต่ต้องทำให้คนหางานมีทักษะตรงกับตำแหน่งงานที่ภาคธุรกิจต้องการ เพื่อไม่ให้คนรุ่นใหม่ต้องเผชิญภาวะเรียนจบแล้วไม่มีงานทำต่อเนื่องในอนาคต
ที่มา: ศูนย์วิจัยกสิกรไทย




