เจมี คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังระดับตำนานของลิเวอร์พูล ออกโรงวิจารณ์ผลงานของ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ และ บรัดเลย์ บาร์กโกลา สองนักเตะที่มีค่าตัวมหาศาล โดยมองว่าทั้งคู่ยังทำผลงานได้ไม่สมกับเงินลงทุนที่สโมสรต้องจ่ายเกิน 100 ล้านปอนด์ต่อคน โดยเฉพาะ เวียร์ตซ์ ที่ยังไม่สามารถสร้างอิมแพ็กต์ให้กับทีมได้อย่างที่คาดหวัง

เวียร์ตซ์ และ บาร์กโกลา มีค่าตัวตามข้อมูลต้นฉบับอยู่ที่ 116 ล้านปอนด์ และ 123 ล้านปอนด์ตามลำดับ แต่ผลงานในฤดูกาลนี้กลับน่าผิดหวัง เมื่อ เวียร์ตซ์ ทำได้เพียง 1 แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีก ขณะที่ บาร์กโกลา ยังไม่มีทั้งประตูและแอสซิสต์ สร้างคำถามถึงความคุ้มค่าของการลงทุนครั้งใหญ่ของลิเวอร์พูล

ประเด็นดังกล่าวยิ่งถูกจับตามองมากขึ้น หลังลิเวอร์พูลเปิดบ้านพ่ายให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 โดยคาร์ราเกอร์มองว่า ในช่วงเวลาที่ทีมขาดผู้เล่นอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัก และ โคดี กักโป สโมสรจำเป็นต้องหวังพึ่ง เวียร์ตซ์ และ บาร์กโกลา ให้ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญ แต่ผลงานที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นไปตามความคาดหวัง

คาร์ราเกอร์กล่าวในเชิงวิจารณ์ว่า เมื่อทีมต้องพึ่งพานักเตะทั้งสองเพื่อช่วยสนับสนุน บิกตอร์ มูนญอซ และ ลูอิส คูมาส กลับกลายเป็นว่าผู้เล่นเหล่านั้นสามารถทำผลงานได้ดีกว่านักเตะที่มีค่าตัวระดับ 100 ล้านปอนด์

อดีตกองหลังหงส์แดงยังเจาะจงวิจารณ์ เวียร์ตซ์ อย่างหนัก โดยระบุว่า ผลงานที่เจ้าตัวมอบให้ลิเวอร์พูลในเวลานี้ยังไม่ดีพอ แม้จะลงสนามให้ทีมมาแล้วประมาณ 55-60 นัดก็ตาม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า นักฟุตบอลทุกคนสามารถมีช่วงฟอร์มขึ้นลงได้ แต่สำหรับ เวียร์ตซ์ เขายังมองไม่เห็นช่วงเวลาที่เจ้าตัวทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น

ขณะที่ บาร์กโกลา แม้จะยังไม่สามารถระเบิดฟอร์มจนสร้างความประทับใจได้ แต่คาร์ราเกอร์มองว่าการตัดสินผลงานของนักเตะรายนี้ในตอนนี้อาจเร็วเกินไป เนื่องจากยังต้องใช้เวลาในการปรับตัวเข้ากับสโมสรและการแข่งขันพรีเมียร์ลีก

นอกจากนี้ คาร์ราเกอร์ยังยกตัวอย่างนักเตะระดับแนวหน้าของพรีเมียร์ลีกอย่าง รายอัน แชร์กกี, บรูโน แฟร์นันด์ส, โคล พาลเมอร์ และ มาร์ติน โอเดการ์ด ซึ่งต่างมีส่วนร่วมกับการทำประตูหรือสร้างโอกาสได้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเปรียบเทียบกับ เวียร์ตซ์ ที่ยังไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงความอันตรายในพื้นที่สุดท้ายได้อย่างชัดเจน

เสียงวิจารณ์ครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อสองแข้งค่าตัวแพงของลิเวอร์พูล โดยเฉพาะ เวียร์ตซ์ ที่ถูกคาดหวังให้เป็นหนึ่งในกำลังหลักของทีม ขณะที่ บาร์กโกลายังมีโอกาสพิสูจน์ตัวเองและเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาในช่วงเวลาต่อจากนี้

ท้ายที่สุด สิ่งที่แฟนบอลต้องการเห็นไม่ใช่เพียงชื่อเสียงหรือค่าตัวระดับมหาศาล แต่คือผลงานในสนามที่สามารถช่วยให้ลิเวอร์พูลกลับมาทำผลงานได้ตามเป้าหมาย และพิสูจน์ให้เห็นว่าการลงทุนครั้งนี้คุ้มค่ากับความคาดหวังของสโมสรและแฟนบอล