“อนุทิน” เปิดตึกไทยคู่ฟ้าต้อนรับ “ซานานา กุซเมา” นายกฯ ติมอร์-เลสเต ร่วมเป็นสักขีพยานตั้งกลไกทวิภาคี ยืนยันไทยพร้อมเป็นหุ้นส่วนความมั่นคงทางอาหาร เร่งสรุป MOU ค้าข้าวสร้างประโยชน์สองฝ่าย

 

ทำเนียบรัฐบาล – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับ นายไก ราลา ซานานา กุซเมา นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยภายหลังเสร็จสิ้นการหารือทวิภาคี นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคีระหว่างไทยกับติมอร์-เลสเต เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการติดตามและขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความยินดีที่ติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบเมื่อปีที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยพร้อมให้การสนับสนุนติมอร์-เลสเตอย่างเต็มศักยภาพ โดยการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องที่จะยกระดับความสัมพันธ์และขับเคลื่อนความร่วมมือใน 5 ด้านสำคัญ ประกอบด้วย:

  1. การเยือนระดับสูงและการหารือทวิภาคี: ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการเยือนอย่างต่อเนื่อง และเตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 25 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ติมอร์-เลสเต ในปี พ.ศ. 2570 รวมถึงการจัดการประชุมกลไกหารือทวิภาคีครั้งแรกที่ติมอร์-เลสเตในเร็วๆ นี้

  2. ความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคง: ยกระดับความสัมพันธ์ทางทหารที่แนบแน่น ซึ่ง ผบ.ทสส. ของไทยมีกำหนดเดินทางเยือนติมอร์-เลสเตในเร็วๆ นี้ พร้อมทั้งเดินหน้าความร่วมมือป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติ

  3. ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน: ไทยยืนยันความพร้อมเป็นหุ้นส่วนด้านความมั่นคงทางอาหารของติมอร์-เลสเต โดยจะอำนวยความสะดวกการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป พร้อมเร่งสรุปบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการค้าข้าว เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกรไทย ตลอดจนผลักดันการเปิดเที่ยวบินตรงเส้นทาง กรุงเทพฯ–ดิลี เพื่อกระตุ้นการค้าและการท่องเที่ยว

  4. ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา: เร่งสรุปแผนงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2569–2571) มุ่งเน้นการเกษตรยั่งยืน สาธารณสุข การพัฒนาชุมชน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง

  5. ความร่วมมือระดับภูมิภาค: ไทยพร้อมสนับสนุนการเสริมสร้างขีดความสามารถของติมอร์-เลสเตในการเตรียมความพร้อมสำหรับดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในอนาคต

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค โดยเฉพาะสถานการณ์ในเมียนมา โดยเห็นพ้องถึงความสำคัญในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเมียนมาในฐานะสมาชิกครอบครัวอาเซียน ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาคอย่างยั่งยืน