“กรุงโซล” ไม่ยอมถอยจากความฝันโอลิมปิก 2036 แม้พ่ายแพ้การคัดเลือกตัวแทนภายในเกาหลีใต้ให้จังหวัดชอลลาเหนือ นายกเทศมนตรีโซลเดินหน้าผลักดันแนวคิดเจ้าภาพร่วม ชูความพร้อมของสนามกีฬาและโครงสร้างพื้นฐานจากโอลิมปิก 1988 หวังเพิ่มโอกาสให้เกาหลีใต้กลับมาเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกอีกครั้ง
การแข่งขันเพื่อชิงสิทธิ์เป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2036 กำลังเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะประเทศเกาหลีใต้ หลังกรุงโซลยังคงแสดงความสนใจเข้ามามีบทบาทในการจัดการแข่งขัน แม้จะพ่ายแพ้การลงคะแนนคัดเลือกตัวแทนประเทศให้แก่จังหวัดชอลลาเหนือ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025
โอ เซ-ฮุน นายกเทศมนตรีกรุงโซล แสดงความเชื่อมั่นว่า กรุงโซลและจังหวัดชอลลาเหนือสามารถประสานความร่วมมือกันเพื่อผลักดันข้อเสนอการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก 2036 ได้ โดยมองว่าการใช้ศักยภาพของทั้งสองพื้นที่ร่วมกัน จะช่วยเพิ่มความพร้อมในการรองรับการแข่งขันระดับโลก
นายกเทศมนตรีโซลระบุว่า หากข้อเสนอของจังหวัดชอลลาเหนือมีรูปแบบที่เปิดโอกาสให้กรุงโซลเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการแข่งขัน เมืองหลวงของเกาหลีใต้ก็พร้อมตอบรับและสนับสนุนแนวทางดังกล่าว
หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของกรุงโซล คือประสบการณ์การเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูร้อน 1988 ซึ่งทำให้เมืองมีมรดกด้านกีฬาและโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ โดยเฉพาะสนามกีฬาโอลิมปิกและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ กรุงโซลยังมีแผนพัฒนาโครงการศูนย์กีฬาและสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่ในเขตซงพา ซึ่งจะรวมพื้นที่ด้านกีฬา การประชุม ธุรกิจ และความบันเทิงไว้ด้วยกัน โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2031 ก่อนการแข่งขันโอลิมปิก 2036 ประมาณ 5 ปี
นายกเทศมนตรีโซลเชื่อว่า ความพร้อมด้านสนามกีฬา ระบบคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ IOC โดยเฉพาะแนวทางการจัดการแข่งขันที่มีประสิทธิภาพ ควบคุมต้นทุน และลดภาระทางการเงินของเมืองเจ้าภาพ
อย่างไรก็ตาม แนวคิดการจัดโอลิมปิกร่วมกันระหว่างกรุงโซลกับจังหวัดชอลลาเหนือยังมีความท้าทาย โดยเฉพาะระยะทางระหว่างพื้นที่ซึ่งอยู่ห่างกันราว 200 กิโลเมตร และอาจต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 2–3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเส้นทางและรูปแบบการเดินทาง
ประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลต่อการวางแผนขนส่งนักกีฬา เจ้าหน้าที่ ผู้ชม รวมถึงการบริหารจัดการตารางการแข่งขัน จึงจำเป็นต้องมีระบบคมนาคมและแผนประสานงานที่ชัดเจน หากทั้งสองพื้นที่เดินหน้าสู่แนวทางเจ้าภาพร่วม
ขณะเดียวกัน การแข่งขันเพื่อชิงสิทธิ์เจ้าภาพโอลิมปิก 2036 ยังได้รับความสนใจจากหลายประเทศ โดยมีเมืองและพื้นที่ที่ถูกกล่าวถึงในกระบวนการเสนอตัว อาทิ อาห์เมดาบัด ประเทศอินเดีย, กลุ่มเมืองในแอฟริกาใต้, โดฮา ประเทศกาตาร์, อิสตันบูล ประเทศตุรกี และมิวนิก ประเทศเยอรมนี ทั้งนี้ ระดับความคืบหน้าและสถานะการเสนอตัวของแต่ละแห่งยังแตกต่างกัน
แม้กรุงโซลจะพ่ายแพ้ในการคัดเลือกภายในประเทศ แต่ความพยายามครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า เกาหลีใต้ยังมีทางเลือกในการผนึกศักยภาพของหลายเมือง เพื่อเพิ่มโอกาสกลับมาจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกอีกครั้ง หลังผ่านไปเกือบครึ่งศตวรรษจากโอลิมปิกกรุงโซล 1988
อย่างไรก็ตาม การเข้าร่วมเป็นเจ้าภาพของกรุงโซลยังเป็นเพียงแนวคิดที่ต้องผ่านการหารือและตกลงร่วมกัน ไม่ใช่ข้อสรุปว่าเกาหลีใต้จะได้สิทธิ์จัดการแข่งขันโอลิมปิก 2036




