"แอนโธนี ฮัดสัน" หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลชายทีมชาติไทย เปิดใจหลังพา "ช้างศึก" พลาดแชมป์ฟุตบอล ฟีฟ่า อาเซียน คัพ 2026 ยืนยันแม้ผลการแข่งขันจะน่าผิดหวัง แต่ยังภูมิใจในหัวใจนักสู้ของลูกทีมทุกคน พร้อมเดินหน้าสร้างทีมชุดใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม เพื่อเป้าหมายในศึกเอเชียน คัพ
ศึกฟุตบอล ฟีฟ่า อาเซียน คัพ 2026 รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ทีมชาติไทยพ่ายให้กับอินโดนีเซียในการดวลจุดโทษ 4-6 หลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 2-2 โดยเกมดังกล่าวไทยต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน ตั้งแต่นาทีที่ 80 เมื่อ นิโคลัส มิคเกลสัน ถูกใบเหลืองที่สองเป็นใบแดง
แม้จะเสียเปรียบเรื่องจำนวนผู้เล่น แต่แข้งไทยยังต่อสู้อย่างเต็มกำลังจนลากเกมไปถึงการดวลจุดโทษ ทว่าท้ายที่สุดไม่สามารถคว้าแชมป์ได้
หลังจบเกม ฮัดสันกล่าวแสดงความยินดีกับอินโดนีเซีย พร้อมยอมรับว่ารู้สึกเสียใจอย่างมาก แต่สิ่งที่ทำให้เขาภูมิใจที่สุดคือความทุ่มเทของนักเตะไทยทุกคน
"ผมภูมิใจในตัวนักเตะทุกคน สำหรับสิ่งที่พวกเขาทุ่มเทลงไป สปิริต ความมุ่งมั่น และการตอบสนองหลังเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน ผมไม่คิดจะตำหนิใครเลย ส่วนการยิงจุดโทษ มันเหมือนลอตเตอรี่ ไม่มีใครควบคุมได้"
กุนซือชาวอังกฤษยังกล่าวชื่นชม สรานนท์ อนุอินทร์ ผู้รักษาประตูทีมชาติไทย ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทุกครั้งที่ได้รับโอกาสลงสนาม พร้อมย้ำว่าไม่มีนักเตะคนใดควรถูกตำหนิ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ยิงจุดโทษเข้าหรือพลาด เพราะทุกคนต่างพาทีมเดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศ

ฮัดสันยังพูดถึงพัฒนาการของฟุตบอลอาเซียน โดยเฉพาะอินโดนีเซียที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีนักเตะคุณภาพจำนวนมาก และได้รับแรงสนับสนุนจากแฟนบอลอย่างมหาศาล จึงเชื่อว่าพวกเขากำลังเดินมาถูกทาง
สำหรับทิศทางของทีมชาติไทยหลังจากนี้ ฮัดสันเผยว่า แม้จะต้องเผชิญเสียงวิจารณ์มาตลอดตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง แต่สิ่งที่ได้เรียนรู้คือการค้นพบแกนหลักของทีมชุดนี้ รวมถึงดาวรุ่งหลายคนที่แสดงศักยภาพออกมาอย่างน่าประทับใจ
เขายอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมา ทีมชาติไทยไม่เคยมีโอกาสใช้นักเตะชุดที่ดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บ การปล่อยตัวนักเตะจากสโมสร และความแตกต่างของแต่ละทัวร์นาเมนต์ แต่เชื่อว่ากลุ่มนักเตะชุดนี้คือรากฐานสำคัญในการสร้างทีมระยะยาว
ฮัดสันยกตัวอย่างนักเตะดาวรุ่งอย่าง คคนะ คำยก และ ยศกร บูรพา ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ พร้อมเชื่อว่ายังมีนักเตะรุ่นใหม่อีกหลายคนที่พร้อมก้าวขึ้นมาเสริมความแข็งแกร่งให้ทีมชาติไทยในอนาคต

นอกจากนี้ เขายังกล่าวชื่นชมรุ่นพี่ในทีมอย่าง สารัช อยู่เย็น ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำและความทุ่มเทเพื่อทีมชาติ พร้อมย้ำว่าบรรยากาศภายในทีมชุดนี้ยอดเยี่ยม และเป็นกลุ่มนักเตะที่ควรได้รับการสานต่อ
ด้าน สรานนท์ อนุอินทร์ ผู้รักษาประตูทีมชาติไทย ยอมรับว่าน่าเสียดายที่ทีมไปไม่ถึงตำแหน่งแชมป์ ทั้งที่เหลืออีกเพียงก้าวเดียว พร้อมขอบคุณเพื่อนร่วมทีมทุกคนที่สู้เต็มที่ และร่วมแสดงความยินดีกับอินโดนีเซียที่คว้าแชมป์ได้สำเร็จ
หลังเสร็จสิ้นภารกิจ ทีมชาติไทยมีกำหนดเดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในวันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลา 16.05 น. ก่อนที่ทีมงานสตาฟฟ์จะประชุมสรุปผลงานและเตรียมความพร้อมสำหรับรายการต่อไป คือ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์ คัพ ครั้งที่ 52 ที่จังหวัดศรีสะเกษ ในช่วงฟีฟ่าเดย์ เดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งจะเป็นอีกบททดสอบสำคัญก่อนเดินหน้าสู่ภารกิจใหญ่ในศึกเอเชียน คัพ




