แม้จะเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน ในช่วงท้ายเกม แต่ทัพ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ยังแสดงให้เห็นถึงหัวใจนักสู้ วิ่งไม่มีหมด ไล่ล่าทุกจังหวะ สู้จนถึงช่วงดวลจุดโทษ ก่อนสุดท้ายพ่ายให้กับ ทีมชาติอินโดนีเซีย ไปอย่างน่าเสียดาย คว้าตำแหน่งรองแชมป์ ฟีฟ่า อาเซียน คัพ 2026 (FIFA ASEAN Cup 2026)
การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่สนาม เกโลรา บุง การ์โน สเตเดียม กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย "ช้างศึก" ทีมอันดับ 94 ของโลก แชมป์กลุ่ม B ลงสนามพบกับเจ้าภาพ อินโดนีเซีย ทีมอันดับ 118 ของโลก แชมป์กลุ่ม A ท่ามกลางแฟนบอลเจ้าถิ่นที่เข้ามาเชียร์กันอย่างล้นหลาม

ครึ่งแรก อินโดนีเซียเปิดเกมรุกได้มากกว่า แต่แนวรับทีมชาติไทยยังช่วยกันป้องกันได้อย่างเหนียวแน่น โดยโอกาสใกล้เคียงที่สุดของไทยเกิดขึ้นในนาทีที่ 35 จากลูกโหม่งของ ธีรศักดิ์ เผยพิมาย ที่ข้ามคานออกไป ทำให้จบ 45 นาทีแรก ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 0-0
เกมมาถึงจุดเปลี่ยนในนาทีที่ 80 เมื่อ นิโคลัส มิคเกลสัน ทำฟาวล์บริเวณหน้าเขตโทษ และถูกผู้ตัดสินแจกใบเหลืองที่สอง กลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม ส่งผลให้ทีมชาติไทยต้องเล่นด้วยผู้เล่นเพียง 10 คนในช่วงเวลาสำคัญ

เพียง 3 นาทีถัดมา อินโดนีเซียได้ฟรีคิก และ ดีน เจมส์ ยิงบอลแฉลบแนวรับไทยเปลี่ยนทางเข้าประตู ส่งให้เจ้าถิ่นออกนำ 1-0 ในนาทีที่ 83
อย่างไรก็ตาม ไทยไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แม้ตัวผู้เล่นจะน้อยกว่า โดยนาทีที่ 87 สกสรรค์ ราตรี เปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษให้ อิคลาส สันหรน ยิงด้วยซ้ายแบบไม่จับ ส่งบอลเสียบตาข่าย พาทีมชาติไทยตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ ท่ามกลางเสียงเฮของแฟนบอลไทย
จบ 90 นาที ทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที
ช่วงต่อเวลานาทีที่ 111 ทีมชาติไทยพลิกขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะที่ อนันต์ ยอดสังวาลย์ พักบอลก่อนจ่ายให้ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี ซัดเข้าไปอย่างเฉียบขาด จุดประกายความหวังให้แฟนบอลไทยอีกครั้ง

แต่ความดีใจอยู่ได้ไม่นาน นาทีที่ 115 อินโดนีเซียตามตีเสมอ 2-2 จาก เอลคานน์ แบ็กกอตต์ ที่ซ้ำจ่อ ๆ หลังผู้รักษาประตูไทยปัดบอลไม่ขาด ทำให้ครบ 120 นาที ทั้งสองทีมยังเสมอกัน และต้องตัดสินแชมป์ด้วยการดวลจุดโทษ
สุดท้ายเป็น อินโดนีเซีย ที่ยิงได้แม่นยำกว่า เอาชนะในการดวลจุดโทษ 4-2 รวมผลการแข่งขัน 6-4 ผงาดคว้าแชมป์ ฟีฟ่า อาเซียน คัพ 2026 ไปครอง ขณะที่ทีมชาติไทยจบการแข่งขันด้วยตำแหน่งรองแชมป์ ท่ามกลางคำชื่นชมจากแฟนบอลถึงหัวใจนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้ แม้จะต้องเล่นด้วยผู้เล่นเพียง 10 คนเกือบตลอดช่วงท้ายเกม




