ศึกสอยคิวไทยเดือดส่งท้ายรอบชิง! “นุ้ก คอนหวัน” ปรมินทร์ ด่านจิรกุล ไว้ลายอดีตแชมป์ เบียด “กิ๊ก พิษณุโลก” 8-5 เฟรม คว้าแชมป์สนุกเกอร์ 6 แดงไปครองเป็นสมัยที่ 3 พร้อมเงินรางวัล 240,000 บาท ขณะที่วงการสนุกเกอร์หญิงได้เห็นดาวดวงใหม่ “บีม อคาเดมี่” ภัควลัญชญ์ กองแก้ว วัยเพียง 15 ปี ไล่ต้อนรุ่นพี่ 4-0 เฟรม ผงาดแชมป์หญิง ส่วน “รมย์ สุรินทร์” ประพฤติ ชัยธนสกุล ยังโชว์ความเก๋า คว้าแชมป์บิลเลียดประเทศไทยเพิ่มเป็นสมัยที่ 13
การแข่งขันกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซิกส์เรด ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569 ที่สนามสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย เกียรติธาดา อคาเดมี่ ซอยสุคนธสวัสดิ์ โดยมี “บิ๊กฮง” สุนทร จารุมนต์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย เป็นประธานมอบถ้วยและเงินรางวัล
ไฮไลต์อยู่ที่รอบชิงชนะเลิศสนุกเกอร์ 6 แดง “นุ้ก คอนหวัน” ปรมินทร์ ด่านจิรกุล นักสนุกเกอร์ทีมชาติไทย พบกับ “กิ๊ก พิษณุโลก” สันติภาพ อิ่มบุญสุ ดีกรีมือระดับแถวหน้าของสนุกเกอร์ 6 แดงไทย
นุ้กเปิดเกมได้อย่างร้อนแรง แทงไม้เดียว 58 แต้ม คว้าเฟรมแรก ก่อนกิ๊กจะตีเสมอเป็น 1-1 จากนั้นเกมสูสีชนิดไม่มีใครยอมใคร ก่อนเสมอกัน 4-4 เฟรม แต่ช่วงสำคัญนุ้กเร่งเครื่องทำแต้มและขยับหนี ก่อนปิดแมตช์เอาชนะ 8-5 เฟรม คว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 3 รับเงินรางวัล 240,000 บาท ส่วนกิ๊กรับตำแหน่งรองแชมป์ พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าจับตาคือการแจ้งเกิดของดาวรุ่งหญิงวัยเพียง 15 ปี “บีม อคาเดมี่” ภัควลัญชญ์ กองแก้ว จากศูนย์ฝึกเพื่อความเป็นเลิศของสมาคมฯ ซึ่งผ่านเข้าชิงชนะเลิศสนุกเกอร์หญิง 15 แดงเป็นครั้งแรก และต้องเจอกับ “พลอย ขอนแก่น” พลอยชมพู เหล่าเกียรติพงษ์ เจ้าของแชมป์ประเทศไทย 2 สมัย
แม้ประสบการณ์จะเป็นรอง แต่บีมกลับออกคิวได้แน่นอนกว่า เข้าเบรกได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนสร้างผลงานสุดร้อนแรง เอาชนะรุ่นพี่แบบไม่เสียเฟรม 4-0 ด้วยสกอร์ 70-23, 72-6, 63-35 และ 54-37 คว้าแชมป์พร้อมเงินรางวัล 40,000 บาท ขณะที่พลอยรับเงินรางวัลรองแชมป์ 20,000 บาท

ปิดท้ายด้วยศึกบิลเลียดที่กลายเป็นอีกหน้าประวัติศาสตร์ของ “รมย์ สุรินทร์” ประพฤติ ชัยธนสกุล เจ้าของแชมป์ประเทศไทย 12 สมัย ซึ่งลงชิงชัยกับ “นุ้ก จันท์” ยุทธภพ ภาคพจน์
แม้เกมแรกนุ้ก จันท์ จะเปิดฉากอย่างดุดัน แทงไม้เดียวขาดชนะ 101-3 แต้ม แต่หลังจากนั้นประสบการณ์ของรมย์เริ่มทำงานเต็มที่ พลิกสถานการณ์กลับมาคว้าชัย 4 เฟรมติดต่อกัน โดยเฟรมสุดท้ายปิดเกมด้วยไม้เดียว 103 แต้ม เอาชนะไป 4-1 เฟรม ด้วยสกอร์ 3-101, 101-0, 100-77, 100-13 และ 103-0

ชัยชนะครั้งนี้ส่งให้ “รมย์ สุรินทร์” เพิ่มสถิติแชมป์ประเทศไทยเป็น สมัยที่ 13 พร้อมเงินรางวัล 40,000 บาท ส่วนรองแชมป์รับ 20,000 บาท
ศึกครั้งนี้จึงมีครบทั้งความเข้มข้นของแชมป์เก่า การแจ้งเกิดของดาวรุ่งวัย 15 ปี และความเก๋าของจอมคิวระดับตำนาน สะท้อนให้เห็นทั้ง “วันนี้” และ “อนาคต” ของวงการสอยคิวไทยในเวทีเดียวกัน




