“นันทนา” แจงปมประชุมห้องจูปิเตอร์ ไร้เลี้ยงน้ำ-กกต. ร่วมสังเกตการณ์ ตั้งข้อสังเกตทำตามช่องทางที่พรรคการเมืองเปิด จี้องค์กรอิสระต้องเป็นกลาง ไม่ใช่ออกสำนวนตัดตอนคดีฮั้ว สว. กลุ่ม 229 คน
นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยมติสำนวนไต่สวนการเลือก สว. ข้อกล่าวหาที่ 4-7 เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏรายชื่อของกลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่ อยู่ในสำนวนไต่สวนที่แยกออกมาจากสำนวนหลัก และ กกต. ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกคำร้อง โดยยืนยันว่า ตนไม่เคยทราบมาก่อนว่าถูกยื่นร้องเรียนในประเด็นใด และรู้สึกประหลาดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก
ด้วยเหตุนี้ ทางกลุ่มจึงได้มอบหมายให้ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. เป็นตัวแทนเดินทางไปยื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อทวงถามถึงมาตรฐานการทำงาน เนื่องจากตามกระบวนการปกติ หากตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ควรจะต้องมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ และเชิญไปให้ปากคำ แต่ที่ผ่านมากลับไม่เคยมีขั้นตอนดังกล่าวเกิดขึ้น จึงมองว่า กกต. ทำงานโดยไม่มีที่มาที่ไป และพยายามสร้างภาพให้ สว.กลุ่มต่างๆ มีลักษณะเหมือนกับ สว.กลุ่ม 229 คน ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน
เมื่อถามถึงกรณีการประชุม สว.ประชาชน ที่ห้องจูปิเตอร์ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2567 นางสาวนันทนา ยืนยันว่า ตนไม่เคยไปร่วมประชุมกับกลุ่มใด ยกเว้นงานดังกล่าว ซึ่งขอยืนยันอย่างบริสุทธิ์ใจว่า ในห้องจูปิเตอร์ไม่ได้มีการจัดเลี้ยงอาหาร หรือแม้กระทั่งการเลี้ยงน้ำดื่ม อีกทั้งในวันดังกล่าว ยังมีทั้งเจ้าหน้าที่ กกต. และสื่อมวลชน เข้าร่วมสังเกตการณ์อยู่ด้วยตลอด จึงไม่น่าจะเป็นเหตุให้ถูกตั้งข้อกล่าวหา และที่สำคัญก็ไม่เคยมีเจ้าหน้าที่เรียกไปชี้แจงแต่อย่างใด
นางสาวนันทนา ตั้งข้อสังเกตทิ้งท้ายว่า เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นขึ้นมาหลังจากที่ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ออกมาพูดทำให้เกิดข้อสงสัยว่า กกต. กำลังทำงานตามธงที่ใครชี้ช่องหรือไม่ ทั้งที่ กกต. ควรจะต้องมีความเป็นกลาง และ นำคนผิดต้องเข้าสู่กระบวนการตาม




