Article Imageหลังรัฐบาลมีแนวทางขยายโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” บรรดาพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในจังหวัดบุรีรัมย์ ต่างออกมาสะท้อนความคิดเห็น โดยส่วนใหญ่มองว่าโครงการดังกล่าวมีส่วนช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และช่วยเพิ่มการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่

ผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยระบุว่า เมื่อประชาชนมีสิทธิเข้าร่วมโครงการ จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายมากขึ้น ทำให้มีเงินหมุนเวียนเข้าสู่ร้านค้าและเศรษฐกิจในชุมชน

อย่างไรก็ตาม พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนบางส่วนเห็นว่า หากกำหนดวงเงินช่วยเหลือเพียง เดือนละ 500 บาท และระยะเวลาโครงการประมาณ 2 เดือน อาจยังไม่เพียงพอ เมื่อเทียบกับภาระค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน


เสนอเพิ่มวงเงิน-ขยายเวลาถึงปีใหม่

ประชาชนในพื้นที่เสนอให้รัฐบาลพิจารณาปรับรายละเอียดโครงการ โดยเพิ่มวงเงินช่วยเหลือเป็นประมาณ 1,000–3,000 บาทต่อเดือน และขยายระยะเวลาโครงการไปจนถึงช่วงเทศกาลปีใหม่

โดยให้เหตุผลว่า ปัจจุบันราคาสินค้าอุปโภคบริโภค วัตถุดิบ และต้นทุนด้านพลังงานยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลกระทบทั้งต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการรายย่อย


หวังช่วยทั้งประชาชนและร้านค้าชุมชน

พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่มองว่า หากมีการเพิ่มวงเงินและขยายระยะเวลาโครงการ จะช่วยให้ประชาชนสามารถใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น ขณะที่ร้านค้าขนาดเล็กมีโอกาสเพิ่มยอดขายและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาปรับรูปแบบโครงการให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและค่าครองชีพ เพื่อให้มาตรการสามารถช่วยเหลือประชาชนและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

บัญชา สายกลิ่น ภาพ/ข่าว