วันที่ 13 ก.ย.69 - จังหวัดน่านเร่งรับมือสถานการณ์ดินสไลด์ภายในโรงเรียนบ้านดอยติ้ว อ.ท่าวังผา หลังแนวการเคลื่อนตัวของมวลดินขยายกว้างกว่า 100 เมตร กระทบอาคารเรียนและสิ่งปลูกสร้างหลายจุด ต้องปิดพื้นที่เสี่ยง พร้อมเตรียมแผนอพยพนักเรียนหากเกิดฝนตกหนักหรือดินเคลื่อนตัวซ้ำ นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่โรงเรียนบ้านดอยติ้ว หมู่ 7 ต.ศรีภูมิ อ.ท่าวังผา เพื่อติดตามความเสียหายและกำหนดมาตรการป้องกัน หลังพบการทรุดตัว ดินถล่ม และรอยแยกของดินขยายตัวต่อเนื่อง

พื้นที่โรงเรียนตั้งอยู่บนพื้นที่ลาดชันประมาณ 50–60 องศา สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางราว 1,116 เมตร โดยการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญพบว่า แนวดินถล่มที่เคยมีขนาดประมาณ 2 เมตร ได้ขยายเป็นกว่า 100 เมตรในช่วงฤดูฝน และพบรอยแตกตามอาคารและสิ่งปลูกสร้างหลายแห่ง

ข้อมูลทางธรณีวิทยาระบุว่า ชั้นหินใต้พื้นที่เป็นหินทรายแป้งและหินดินดานที่ผุพังได้ง่าย มีชั้นดินเหนียวปกคลุมอยู่ด้านบน ขณะที่พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในโซนที่มีโอกาสเกิดดินถล่มตั้งแต่ระดับปานกลางถึงสูงมาก อีกปัจจัยที่ต้องเร่งแก้ไขคือระบบระบายน้ำ เนื่องจากน้ำฝนและน้ำจากหมู่บ้านไหลมารวมที่จุดระบายน้ำเดียว ทำให้ดินรับน้ำในปริมาณมากจนเกิดภาวะอิ่มตัวและสูญเสียความมั่นคง โดยเฉพาะเมื่อมีฝนตกสะสมต่อเนื่อง

นายมานนท์ จันทร์เจียม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดอยติ้ว ระบุว่า โรงเรียนพบการเคลื่อนตัวของดินมาก่อนหน้านี้ ก่อนสถานการณ์จะรุนแรงขึ้นในช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง ผลกระทบล่าสุดพบว่า อาคารอนุบาล 2 ชั้น โรงอาหารขนาด 80 ที่นั่ง สระว่ายน้ำ และอาคารสหกรณ์ร้านค้า มีรอยแตกร้าวและทรุดตัว บางพื้นที่ถูกสั่งปิดการใช้งาน พร้อมกั้นเขตอันตรายเพื่อป้องกันนักเรียนและบุคลากรเข้าใกล้

มาตรการเร่งด่วน จังหวัดเตรียมปรับปรุงระบบระบายน้ำ เบี่ยงน้ำจากหมู่บ้านไม่ให้ไหลลงมารวมในจุดเดียว พร้อมลดความเร็วของน้ำก่อนเข้าสู่พื้นที่โรงเรียน เพื่อลดแรงกัดเซาะและป้องกันมวลดินเคลื่อนตัวเพิ่ม ขณะที่โรงเรียนยังต้องจัดทำและซักซ้อมแผนอพยพ กำหนดเส้นทางหนีภัย จุดรวมพล และเตรียมพื้นที่เรียนชั่วคราว หากมีฝนตกหนักหรือพบสัญญาณดินเคลื่อนตัวผิดปกติ ส่วนแนวทางระยะยาว จังหวัดเตรียมพิจารณาย้ายโรงเรียนไปยังพื้นที่บริเวณท้ายหมู่บ้าน โดยจะต้องสำรวจความมั่นคงของชั้นดินอย่างละเอียดก่อนออกแบบอาคารและสิ่งปลูกสร้างใหม่ให้เหมาะกับสภาพภูมิประเทศ

ข้อมูลการตรวจสอบของสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่านและผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาระบุว่า พื้นที่เริ่มมีร่องรอยดินถล่มมาตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม–กรกฎาคม 2568 และขยายตัวต่อเนื่องในฤดูฝน ทำให้การเฝ้าระวังจำเป็นต้องดำเนินต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะช่วงที่เกิดฝนหนักเท่านั้น



