เนปาลวิกฤต! กู้ภัย 2 หมื่นนายเร่งขุดอุโมงค์เขื่อนช่วยคนงาน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าโศกนาฏกรรมทางธรรมชาติครั้งใหญ่บริเวณชายแดนเนปาลและเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน ล่าสุดกองทัพเนปาลระดมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 20,000 นาย พร้อมรับความช่วยเหลือจากทีมผู้เชี่ยวชาญจากประเทศจีน อินเดีย และเกาหลีใต้ เพื่อเร่งปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิตและคนงานอีกหลายร้อยชีวิตที่คาดว่ายังคงติดค้างอยู่ภายในอุโมงค์ใต้ดินของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 11 แห่ง โดยเฉพาะในเขตรสุวาและเขตนวโกฏ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายรุนแรงที่สุดจากดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลัน
ปฏิบัติการครั้งนี้เต็มไปด้วยความยากลำบากและมีความเสี่ยงสูง เจ้าหน้าที่ต้องใช้วัตถุระเบิดชนิดควบคุมแรงระเบิดเพื่อเปิดทางเข้าสู่อุโมงค์ที่ถูกปิดตายด้วยเศษซากความเสียหาย พร้อมระดมรถขุดดินขนาดใหญ่และติดตั้งไฟส่องสว่างทำงานแข่งกับเวลาเพื่อระบายน้ำและโคลนออกจากตัวเขื่อน ล่าสุดมีรายงานว่าทีมกู้ภัยสามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้แล้ว 3 รายจากอุโมงค์ 2 แห่ง ขณะที่สถานการณ์โดยรวมยังคงน่าวิตกเนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ยังถูกฝังกลบอยู่ใต้ชั้นโคลนหนา
สำหรับตัวเลขความสูญเสียล่าสุดพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 930 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกมากกว่า 4,500 คน ขณะที่ยอดผู้ได้รับการช่วยเหลือออกจากพื้นที่ประสบภัยมีจำนวนอย่างน้อย 14,451 คน ทางด้านสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุสาเหตุของภัยพิบัติครั้งนี้ว่าเกิดจากการพังทลายของธารน้ำแข็ง ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น ส่งผลให้ธารน้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัยละลายเร็วกว่าปกติจนเกิดเป็นมวลน้ำและดินโคลนถล่มมหาศาล
ด้านนายกรัฐมนตรีเนปาลได้ออกมาแถลงการณ์ต่อประชาคมโลก โดยย้ำว่าภัยพิบัติครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ปกติที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังคุกคามมนุษยชาติ พร้อมเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกร่วมมือกันดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อรับมือกับภาวะโลกร้อน และเร่งส่งความช่วยเหลือมายังเนปาลเพื่อฟื้นฟูความเสียหายจากเหตุการณ์ในครั้งนี้
cr : AP








